บันทึกงานอดิเรกที่สนใจ ทั้งโหราศาสตร์ ธรรมะ นิยาย ฯลฯ

เบอร์ชั่วๆ 023534300, 026849000 และ 026114000

Posted by โรจน์ on Tue-15-Jun-2010 at 22h53 in ComIT
เคยนำเรื่องราวของเบอร์ชาติชั่วนรก 023534300 มาลงเมื่อนานมาแล้ว  ด้วยความรู้สึกแย้งๆ ตัวเองว่าความจริงก็ไม่อยากเอาเรื่องหยาบคายด่าว่าใครมาลงให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีใน Blog แต่จำต้องทำเพราะมันช่างรบกวนความสุขเราในช่วงนั้นเอามากๆ  แล้วกะว่าจะไม่นำเสนอเรื่องแบบนั้นอีก

แต่แปลกว่าเวลาผ่านไป  กลับมีการ Search Google ด้วยเบอร์โทรนี้มาติดที่ Blog แห่งนี้นับร้อยนับพันราย  ยิ่งไปกว่านั้นในบางช่วงไอ้เบอร์ชั่วเบอร์นี้ก็ยังโทรมารังควานอีก  ไม่ทราบว่ามันรู้ว่าด่ามันไว้ที่นี่หรือว่ายังโง่คิดจะหาเหยื่อตามปกติ

และในระยะประมาณเดือนที่ผ่านมานี้ยังมีเบอร์ชั่วๆ อีก 2 เบอร์โทรมารังควานในลักษณะเดียวกันนี้

ทั้งสามเบอร์ได้ Mem ไว้ในเครื่องในฐานะ Black List ใช้ภาพประกอบเป็นกากบาทสีแดง  พอมันโทรมาทีแรกๆ ก็ตัดสายไป  มันก็ยังพยายามรังควานในเวลาต่างๆ ไม่ยอมเลิกง่ายๆ จนหลังๆ ต้องแกล้งกดรับสายแต่ไม่พูดไม่ฟังอะไรมันทั้งนั้น  ให้มันเสียค่าโทรศัพท์ไปฟรีๆ (ถ้ามันไม่ได้โปรโมชั่นอะไรพิเศษ) ก็ยังไม่ค่อยได้ผล  บางทีใช้เบอร์ 08 เบอร์อื่นโทรเข้ามา  พอรู้ว่าเป็นเบอร์ประกันหรือบัตรเครดิตก็ไม่พูดด้วย สักพักไอ้เบอร์นรกพวกนี้ก็จะโทรเข้ามา

ขอเฉลยเลยแล้วกันครับว่าไอ้เบอร์ชาติชั่วนรกพวกนี้มันมาจากไหน  ใครได้รับความเดือดร้อนจากพวกมันแล้วจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรก็สุดแล้วแต่

  • เบอร์ 023534300 เป็นของ อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. หรือตัวย่อ aacp สาขาถนนสุริยวงศ์ หลักฐานดูได้จากหน้าเว็บ http://www.aacp.co.th/th/co.asp?subpage=cu_co
  • เบอร์ 026849000 เป็นของ Citi Consumer Products (Thailand) Limited. ซึ่งคงเป็นบริษัทในเครือ Citi Bank ตัวอย่างหน้าเว็บที่บอกที่มาเบอร์นี้เป็นหน้าหางาน http://www.jobth.com/detailjob.php?gid=0000480433QBHSB
  • เบอร์ 026114000 เป็นของ บริษัท เอซอินชัวรันซ์ จำกัด เจอที่มาจากหน้าเว็บหางานเช่นกัน คือ http://www.ejobonline.com/resume.php?id=86068

ติดตามของที่จัดส่งโดย Fedex

Posted by โรจน์ on Sun-23-May-2010 at 21h09 in WebAndBlog
เรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปช่วยโฆษณาอะไรให้เขา  เพียงแต่ต้องการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากการที่ได้เคยสั่งซื้อของจากเมืองนอกโดยระบุให้จัดส่งโดยบริษัท Fedex ซึ่งเป็น 1 ใน 4-5 ตัวเลือกที่ดูแล้วราคาพอสมน้ำสมเนื้อ  และบังเอิญได้ใช้บริการครั้งล่าสุดในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง  ซึ่งหากเป็นยามปกติอาจจะไม่ต้องไปพักของที่ Guangzhou อย่างที่เห็นในรายงานข้างล่างนี้ก็ได้  ในขั้นแรกเมื่อผมสั่งของจากเว็บไซต์ที่สินค้า  เขาจะแจ้งคอนเฟิร์มว่าได้รับเงินตามออร์เดอร์แล้ว  เมื่อเขาดำเนินการจัดส่งให้เขาจะบอกมาอีกทีว่าได้ส่งกับ Fedex ให้แล้ว พร้อมทั้งระบุ Tracking Number มาให้  เราก็สามารถติดตามเส้นทางการส่งของได้ทาง www.fedex.com/th/ ได้โดยใช้ Tracking Number ที่ว่า มาดูผลสุดท้ายหลังจากผมได้รับของเลยแล้วกัน



แถวล่างสุดจะเป็นกิจกรรมเริ่มแรกนับจาก Fedex ต้นทางที่อเมริกาได้รับของ ถัดขึ้นมาก็รายงานว่ามันส่งไปถึงไหนต่อไหน จนกระทั่งบรรทัดบนสุด  ในกรณีที่เรายังไม่ได้รับของ (Delivered) เราก็จะรู้ได้ว่ามันไปถึงตรงไหนยังไง และพอเดาได้ว่าอีกเมื่อไหร่จะมาถึงมือเราครับ  หากเป็นบริษัทอื่นอย่าง DHL ก็น่าจะมีบริการทำนองนี้เช่นกัน  แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ได้ใช้บริการเขาแบบนี้ครับ  อีกอย่างคือในกรณีที่บ้านเราอยู่ในตรอกซอกซอยก็จะต้องเสียเวลากับการบอกทางให้กับคนขับรถที่มาส่งของกันมากน้อยแล้วแต่ความซับซ้อนของบ้านเราและความรู้ความเข้าใจของคนรถซึ่งจะไม่เจนทางเหมือนบุรุษไปรษณีย์ครับ

HTC Touch 2 เมื่อ Touch แล้วไม่ค่อยจะ Flow

Posted by โรจน์ on Tue-27-Apr-2010 at 23h24 in ComIT


อันที่จริง เดือนเมษายน 2553 นี้น่าจะเป็นเดือนที่ผมใช้จ่าย(วง)เงินน้อยลง  เพราะข้างฝ่ายรัฐบาล (จะเรียกว่า "อำนาจใหม่" หรือระบอกอะไรก็ไม่ค่อยเต็มปาก) อุตส่ากำหนดให้มีวันหยุดต่อท้ายสงกรานต์ ให้หยุดกันได้ตั้ง 6 วันรวด  ข้างฝ่ายค้านที่มีอดีตนายกฯ หนุนหลัง (จะเรียกว่าอำนาจเก่าก็ไม่เชิง เพราะกำลังท้าทายสถาบันเก่าๆ ที่คนไทยยึดถือมานาน) ก็อุตส่าเกณฑ์ม็อบมาปิดย่านเศรษฐกิจกลางเมือง  เพื่อไม่ให้จับจ่ายใช้เงินได้สะดวก  ทำเอาผมไม่สามารถออกไปจ่ายเงินหาความสุขมาได้หลายเสาร์-อาทิตย์รวมทั้งวันหยุดยาว  แต่แล้วโอกาสก็มาถึงเมื่อวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา  เมื่อได้ไปสัมมนาที่โรงแรมย่านถนนรัชดา แล้วเลิกค่อนข้างเร็ว  จึงได้ไถลไปยังห้างฟอร์จูน  อันเป็นแหล่งไอทีระดับน้องๆ พันธุ์ทิพย์

ผลคือการต้องเสีย(วง)เงินเพื่อซื้อเจ้าสิ่งของดังรูปภาพข้างบนนี่แหละครับ  โทรศัพท์มือถือประเภท PDA Phone ของ HTC รุ่น Touch 2 (หรือบางทีใช้เลขโรมันว่า Touch II)  ในราคาหนึ่งหมื่นต้นๆ  นับเป็น PDA ตัวที่ 5 ในชีวิต  และโทรศัพท์มือถือตัวที่ 5 ในชีวิต  แต่เป็น HTC และ Windows Mobile ตัวที่ 2  ซึ่งในการเปลี่ยนแต่ละครั้งมักจะมีเหตุมาจากการที่อุปกรณ์ตัวเดิมมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งมากบ้างน้อยบ้าง  มาในครั้งนี้การเปลี่ยนอาจมีเหตุผลน้อยกว่าครั้งก่อนๆ  คือ แค่อยากเล่น WiFi กับมือถือบ้าง เท่านั้นเอง (มั๊ง?)  คือเจ้าเครื่องเก่ายังใช้งานได้เกือบๆ จะ 100 เปอร์เซนต์เต็มเลย

แต่ความแตกต่างขนานใหญ่ระหว่างเจ้า HTC Touch II กับ HTC 3400i ตัวเดิม คือ
  • เพิ่มการใช้ระบบ Touch Flo เป็นระบบหลักในการใช้งาน  แทนที่จะอาศัยการจิ้ม Stylus สถานเดียว
  • รองรับระบบ 3G (แทบไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่ม เป็นเรื่องอนาคตอันใกล้แต่ไม่ค่อยแน่นอนของผมเอง)
  • สามารถใช้งานระบบ WiFi ได้  ย้ำอีกทีว่านี่เป็นแรงจูงใจหลัก  เพราะทั้งที่บ้านและที่ทำงานมี WiFi ทั้งที  แต่ไม่ค่อยได้เปิดเจ้าเน็ตบุ๊กมาใช้งานเลย
  • มีโปรแกรม GPS ให้มาด้วย (ยังใช้ไม่เป็น และยังไม่อยากกล่าวถึงในตอนนี้)
  • มีโปรแกรมฟังวิทยุในตัว  ซึ่งแต่ก่อนเห็นวิทยุในมือถือรุ่นอื่นก็ไม่เคยคิดว่ามันจำเป็นอะไร  พอได้เจ้า Touch II แล้วดันไปฟังคลื่อนกรีนเวฟเข้าหน่อย ชักชอบเหมือนกัน
  • อื่นๆ ที่ยังขี้เกียจนึกขี้เกียจเขียนเวลานี้
เมื่อได้เสีย(วง)เงินมาแล้ว ก็พบว่ามีอุปสรรคสำคัญในการใช้งาน 3 ประการ ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ชินกับระบบสัมผัส หรือที่เขาตั้งชื่อมันว่า Touch Flo  ถัดมาคือตอนแรกไม่รู้ว่ามันมีรูให้ใส่สายคล้องมือเหมือนเจ้าเครื่องเดิม  ก็กลัวจะทำมันหลุดมือตกพื้นหรือลืมหายไปไหน  แต่ตอนนี้หาเจอและใส่สายคล้องเรียบร้อยแล้ว  ประการสุดท้ายความจริงไม่ค่อยซีเรียส คือต้องหาซองสอดกับเข็มขัดอันใหม่  แต่ซองเดิมที่ใช้กับเครื่องเดิมยังพอถูไถไปได้แม้จะหลวมไปหน่อย  (เจ้าตัวใหม่มันบางกว่าเจ้า 3400i อยู่พอสมควร)


รูเล็กๆ ที่ฝาหลังระหว่างตัวอักษร htc กับรูเสียบ USB นั่นแหละครับ ใช้เสียบสายคล้องมือ
ข้างในฝาที่ตัวเครื่องจะมีตัวให้เกี่ยวสายอีกที


ย้อนกลับมาปัญหาแรก ไอ้เจ้า Touch Flo ที่ไม่ค่อยจะ Flow นี้  ทำเอาหงุดหงิดไม่ใช่เล่น  กะน้ำหนักมือไม่ถูกว่าแค่ไหนจะเป็นการ Tap แค่ไหนจะเป็นการเลื่อนจอ  พยายามหัดด้วยตัวเองหลายครั้งหลายหน  ก็ยังกลายเป็นการไปแตะเรียกไอคอนที่ไม่ต้องการอยู่บ่อยมากๆ  จนแทบจะท้อ  ดีที่ยังไม่ได้ย้ายซิมโทรศัพท์มาเครื่องใหม่  ไม่งั้นคงได้มีการโทรออกโดยไม่ตั้งใจไปหลายหนแล้ว

ในที่สุดก็มาจับไต๋ในการลดปัญหาความหงุดหงิดของตนได้  ในเมื่อเครื่องเก่าๆ เขาให้ใช้ไม้จิ้ม (Stilus) เป็นหลัก   เรายังลักไก่ใช้นิ้วแทนกับการจิ้มไอคอนใหญ่ๆ อยู่บ่อยๆ   คราวนี้ก็กลับกัน  คือระบบที่ให้ใช้มือสัมผัสเป็นหลักแต่ยังมีไม้จิ้มมาให้  ก็เอาไม้จิ้มมาใช้แทนนิ้วไปก่อน  อยากเลื่อนไปเลื่อนมาก็ใช้ไม้จิ้มมันตรงช่องระหว่างไอคอนแล้วเลื่อนเอา  ช่วยลดการเรียกใช้งานไอคอนโดยไม่ตั้งใจไปได้เกือบหมด  ข้อเสียหรือข้อจำกัดมีอยู่หน่อยตรงที่ไม่ได้ใช้มือเพียงข้างเดียวอย่างที่คนสร้างระบบสัมผัสเขาตั้งใจ  แต่ทำไงได้  คนยังไม่ชินจริงๆ นี่หว่า  ก็ขอใช้ตามที่ถนัดอย่างเดิมไปก่อน   ปกติก็ไม่ได้ขับรถขับรา  และมักใช้งานมันในเวลาที่มือว่างทั้งสองข้างอยู่แล้ว

เป็นอันว่าพรุ่งนี้เป็นต้นไปก็จะได้ทดลองใช้งานเจ้า HTC Touch II แทนเจ้า 3400i ตัวเดิมซะที  ผลเป็นไงอาจจะได้นำมาเล่ากันอีก ระหว่างนี้ใครที่อยากทราบเรื่องราวของเจ้า Touch II ที่เป็นงานเป็นการหน่อย เชิญอ่านบทความของสยามโฟนได้ที่  http://www.siamphone.com/catalog/htc/touch2.htm  แต่สำหรับผมชอบเขียนจากความรู้สึกของ User แท้ๆ ที่รู้บ้างไม่รู้บ้างอย่างนี้แหละครับ

หนังสือโหราศาสตร์ที่ได้มาวันนี้

Posted by โรจน์ on Wed-21-Apr-2010 at 22h11 in Astro
ระยะหลังผมอาจจะทุ่มเวลาให้โหราศาสตร์น้อยกว่าแต่ก่อนเยอะ  กับเว็บหลักที่ www.rojn-info.com ก็นานๆ จะอัพเดทอะไรที ยิ่งที่ Blog แห่งนี้ไม่ได้อัพเดทอะไรในหมวดโหราศาสตร์มานานแล้ว  ทั้งหมวดอื่นก็นานๆ ทีเหมือนกัน

วันนี้กลับถืงบ้านก็แปลกใจที่ได้รับกล่องพัสดุขนาดพอประมาณ และค่อนข้างหนัก ที่อยู่ผู้ส่งไม่ได้แจ้งชื่อ จึงจำได้เพียงว่าเป็นลูกค้ารายหนึ่งที่พึ่งซื้อโปรแกรมไปเมื่อราวปีที่แล้ว  ยังไม่ถึงกับสนิทอะไรนัก และยังจำชื่อไม่ได้ด้วย เปิดออกมาปรากฏว่าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ 5 เล่ม ดังรายชื่อผู้แต่ง : ชื่อหนังสือดังนี้ครับ
  • Richard Idemon : The Magic Thread. Astrological Chart Interpretation Using Depth Psychology.
  • Martin Schulman : Karmic Astrology.
  • Robert Wilkinson : A New Look At Mercury Retrograde.
  • Ed Perrone : Astrology: A New Age Guide.
  • Judy Hall : The Hades Moon.
แล้วลูกค้าผู้นั้นส่งมาให้ทำไม?  ไม่มีจดหมายหรือโน้ตอะไรอยู่ในกล่องเลย และแน่นอนว่าไม่ได้ติดต่อกันทางอื่นมาก่อน ได้แต่เดาๆ ว่า ...
  • ไม่ต้องการหนังสือแล้ว (ดีไม่ดีจะเลิกเล่นโหราศาสตร์หรือเปล่า?) เลยโละให้
  • ได้มาโดยบังเอิญ ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เลยขอมอบให้
  • อ่านแล้วดี เลยอยากให้อ่านบ้าง เรื่องคืนไม่ต้องพูดถึง
  • ก็หวังดี อยากให้อ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้
  • ให้เพราะอยากจะให้นั่นแหละ อย่าคิดมาก!!!
  • ฯลฯ
ไม่ว่ายังไงก็ขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้  แต่ไม่รู้ว่าจะได้อ่านแค่ไหนนะครับ  ถ้าผมยังมีดวงนักโหราศาสตร์พอจะมีจังหวะได้อ่านก็จะสรุปความมาเผยแพร่เป็นองค์ความรู้ให้กับวงการกันต่อไปครับ

นักรบนิรนาม 333 (คนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว)

Posted by โรจน์ on Wed-31-Mar-2010 at 22h15 in HistoryMovies

From: assawinj ความยาว 1 ตอน รวม 10:36 นาที ความเป็นมาของนักรบนิรนาม 333 (คนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว) การส่งทหารไทยไปช่วยกองทัพพระราชอาณาจักรลาว (ลาวฝ่ายขวา) เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์รุกเข้าสู่ประเทศไทย ในช่วงพ.ศ.2513-2517

สมาคมนักรบนิรนาม 333 เลขที่ 171 อาคารสโมสรทหารอากาศ (หลังเก่า) หลังหอประชุมการตรัตน์ กองทัพอากาศ ดอนเมือง ถนนพหลโยธิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10220 โทรศัพท์ 0-2152-6263 เว็บไซต์ www.uwa333.net

 

เรื่องแมวๆในแบบโหราศาสตร์

Posted by thanes on 2010-Mar-31 at 03:06
พอดีมีเรื่องแมวๆเข้ามาตอนบ่าย ค้น google ดูได้แมวตามราศีต่างๆดังนี้ครับ อ่านแล้วก็สนุกดี ฝรั่งเขาแนะวิธีเล่นกับแมวแต่ละราศีเอาไว้ด้วย
http://www.drstandley.com/cat_sunsigns.shtml

ก็คือเอาความหมายราศีมาอธิบายนั่นเอง

แมวราศีเมษ แมวก้าวร้าว ชอบใช้กำลัง สีมักออกไปทางสีแดงๆ ตามธาตุไฟ
แมวราศีพฤษ แมวอ้วน รักการกินๆนอนๆ เจ้าของต้องชวนมันออกกำลังบ้าง ฮ่าๆ
แมวราษีมิถุน แมวสองบุคคลิก คิดซะว่ามีแมวอยู่สองตัวในตัวเดียว แมวช่างเจรจา เม๊๊ยวๆกับคุณบ่อยมากๆ มันชอบดู TV วิทยุ ชอบการฟังเสียงแปลกๆ
แมวราศีกรกฏ แมวขี้ใจน้อย มันต้องการารเอาใจใส่จากเจ้าของมาก
แมวราศีสิงห์ ราศีตามตระกูลมัน สิงโต แมวพวกนี้มักขนยาว ท่าทางองอาจ สง่างาม ชอบวางท่า ชอบปลอกคอสวยๆหรูๆ เอาแต่ใจ
แมวราศีกันย์ เจ้าแมวรักความสะอาด กินอาหารได้เรียบร้อยดีมากไม่หกเลอะเทอะ
แมวราศีตุลย์ แมวเจ้าสำราญ สอบสังคม ขี้เล่น บางทีมันพาแมวอื่นมาเล่นในบ้านคุณด้วย
แมวราศีพิจิก แมวเก็บตัว มีที่ซ่อนส่วนตัว ชอบซ่อนของ ขี้อิจฉา ไม่ควรเลี้ยงในบ้านที่มีเด็กเล็กๆเพราะมันมองว่าคือคู่แข่งของมัน
แมวราศีธนู แมวนักท่องเที่ยว เอาตัวรอดเก่ง
แมวราศีมังกร แมวขี้อาย ไม่ชอบสังคม ชอบการปีนป่าย เจ้าคิดเจ้าแค้น อย่าขัดใจมันเชียวล่ะ
แมวราศีกุมภ์ แมวนิสัยแปลกๆ ชอบของเล่นแปลกๆ ใหม่ๆ ของไฮเทค อยู่ไม่สุข มันเลยมักไปติดอยู่ในสถานที่แปลกๆเช่นในตู้ไฟ เครื่องอบผ้า
แมวราศีมีน แมวนักจินตนาการ แมวกลุ่มนี้ชอบเล่นกับเงาหรือหางของมันเอง ชอบให้คนใส่ใจ เรียกร้องความสนใจเก่ง บางทีก็แสดงอะไรแปลกๆ

อารยะขัดขืน

Posted by thanes on 2010-Mar-11 at 09:40
FWD mail ได้รับเช้านี้ครับ

ข้อความ:
---------
ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.ทุกวันเวลา 6 โมงเย็น หลังเพลงชาติในวิทยุกระจายเสียงจบลง

ชาว กทม บนท้องถนนจะร่วมกันบีบแตรยาวเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของเสื้อแดง ที่จะสร้างความเดือดร้อนให้คนไทยและชาติไทย รถยนต์หลายแสนคันทั่ว กทม จะดังขึ้นพร้อมกัน ให้สำนักข่าวทั่วโลก ได้เห็นการทำอารยะขัดขืนของชาว กทม เป็นครั้งแรกของโลก

ใครเห็นด้วยโปรดปฏิบัติตาม โดยการบีบแตร และส่งต่อแนวคิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางบีบี facebook twitter hi5  หรือเมล์ต่างๆ

Mahler 6 Trumpet Masterclass กับ London Symphony Orchestra

Posted by โรจน์ on Mon-22-Feb-2010 at 22h28 in WebAndBlog

พึ่งจะได้แนะนำสื่อออนไลน์ของวงดนตรี Berliner Philharmoniker หรือ Berlin Philharmonic - BPO ไปเมื่อต้นปี  วันนี้ก็มีโอกาสได้พบกับสื่อออนไลน์ของ London Symphony Orchestra - LSO เข้าให้บ้าง  ซึ่งมีอยู่ครบเครื่องไม่แพ้กันดังนี้ครับ

- เว็บไซต์หลัก : http://lso.co.uk/
- Channel ใน Youtube: http://www.youtube.com/user/lso  เป็นที่เก็บคลิปต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงเพลงตัวอย่าง แต่มีส่วนหนึ่งเป็นคลิปการสอนดนตรีด้วย ดังจะนำตัวอย่างมาเสนอในตอนท้าย
- ชมรมของชาว Facebook: http://www.facebook.com/pages/London-Symphony-Orchestra/7123687989
- Twitter: http://www.twitter.com/londonsymphony ข่าวสั้นออนไลน์ที่กำลังเป็นที่นิยม
- Tour blog: http://lsoontour.wordpress.com/ รายงานข่าวการเดินสายแสดงดนตรีของวง และสาระอื่นทางดนตรีในสไตล์ของบล็อก

คลิปวันนี้มีชื่อว่า Mahler 6 Trumpet Masterclass คำว่า Masterclass นี้ไม่รู้จะเทียบกับภาษาไทยว่าอะไรดี ประมาณว่าเป็นการสอนหรือสาธิตการเป่าทรัมเป็ตร่วมกับวงซิมโฟนีในการบรรเลงเพลงซิมโฟนีหมายเลข 6 ของ Mahler ซึ่งใน Channel Youtube ของ LSO นี้ ยังมีคลิปประเภท Masterclass อีกหลายคลิป ให้ผู้ที่กำลังศึกษาเครื่องดนตรีแต่ละประเภทเลือกศึกษาได้ตามอัธยาศัยครับ  Mahler 6 Trumpet Masterclass นี้บรรยายโดย Rod Franks บางช่วงยังมีการเป่าสาธิตประกอบภาพกราฟิกตัวโน้ตด้วย  ใครกำลังหัดเป่าทรัมเป็ตอยู่คว้าเครื่องดนตรีคู่ใจมารอเป่าพร้อมกับอาจารย์ได้เลยครับ

with Rod Franks, principal trumpet of the London Symphony Orchestra



การดวลที่ Stalingrad กับ การดวลของบริษัท Action Figure

Posted by โรจน์ on Sun-14-Feb-2010 at 09h13 in HistoryMovies

(เรื่องเดียวกับที่เขียนไว้ที่ http://iseehistory.socita.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711151&Ntype=1)

 

เรื่อง Enemy at the Gates หรือในชื่อภาษาไทยว่า "กระสุนสังหารพลิกโลก"  เรื่องราวการดวลกันระหว่างพลแม่นปืนหรือสไปเปอร์ (Sniper) รัสเซียกับเยอรมัน   เป็นหนังเรื่องแรกๆ ที่ผมเริ่มเขียนแนะนำมาตั้งแต่ยังเขียนบทความภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ใน Blogth.com ซึ่งตอนนั้นไม่ได้เน้นรายละเอียดอะไรมาก  เรื่องย่อจะย่อยิ่งกว่าบทความรุ่นหลังๆ และมักจะใส่แต่ภาพปกหนังเป็นภาพประกอบเพียงภาพเดียว  เคยนำบทความรุ่นเก่าพวกนี้มาเติมภาพเติมเนื้อหาบางจุด แต่ก็ยังทำได้ไม่หมด เพราะไหนจะภารกิจด้านอื่น  ไหนจะห่วงเรื่องเขียนบทความเรื่องใหม่

แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสร้างความประทับใจให้กับคนดูจำนวนไม่น้อยจากการดวลไหวพริบกันระหว่างสไนเปอร์ทั้งสอง  แทนการยิงกันหูดับตับไหม้ระเบิดตูมตามดังที่ปรากฏในหนังเรื่องอื่นอีกหลายเรื่อง  แต่ชื่อหนังทั้งภาษาไทยและอังกฤษกลับไม่ค่อยเป็นที่ติดปากหรือคุ้นหูแฟนๆ หนังสงครามสักเท่าไหร่  เคยมีการเข้ามาถามในเว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก"  มา 2-3 ครั้งแล้ว  ว่าได้หนังที่สไนเปอร์รัสเซียกับเยอรมันนั่นมีชื่อว่าอะไร  ย้ำอีกทีนะครับว่าชื่อภาษาอังกฤษ คือ "Enemy at the Gates" ชื่อภาษาไทย คือ "กระสุนสังหารพลิกโลก"  พระเอกซึ่งเป็นรัสเซียเป็นแค่พลทหารมีชื่อว่า วาซิลี ไซต์เซฟ (Vasily Grigorevich Zaytsev หรือบางทีก็เขียนว่า Zaitsev) ฝ่ายผู้ร้ายเป็นเยอรมัน มีชื่อว่า พันตรีเออร์วิน เคอนิก (Major Erwin König)

การดวลกันในเมืองสตาลินกราดนั้นจบไปแล้วหลายสิบปี  หนัง Enemy at the Gates ก็จบไปหลายปีแล้ว  แต่ความประทับใจของผู้ชมทั้งในหนังโรงและหนังแผ่นยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ   จึงไม่แปลกที่จะทำให้ผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องเกิดไอเดียเด็ดๆ ขึ้นมา  นั่นคือ Action Figure หรือหุ่นจำลองขนาด 1/6 ที่มีความสูง 12 นิ้ว  สามารถผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและสิ่งของต่างๆ คล้ายการแต่งตัวตุ๊กตาที่ผู้หญิงเล่น  แต่มีการจำลองแบบย่อส่วนอย่างเป็นมาตรฐาน  ตอนนี้มีบริษัทที่ผลิต  Action Figure ดังๆ ประกาศเปิดตัว Figure ของ Vasily Zaitsev และ Erwin König ออกมาประชันกันถึง 2 บริษัท  คือ DID (Dragon in Dream)  และ Toys City  ลองมาดูภาพตัวอย่างของ Figure ของตัวละครทั้งสองตัว ผลิตจาก 2 บริษัท รวมเป็น 4 ตัว กันสักหน่อยนะครับ




หน้าตาของพระเอกจากผลงานของ DID


ดูกันเต็มๆ ตัว

ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://www.onlinedid.com/products/wwii_ussr/80072/




หน้าตาของผู้พันเคอนิกจากผลงานของ DID


ภาพเต็มๆ ตัว

ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://www.onlinedid.com/products/wwii/80071/




หน้าตาพระเอกของทางฝั่ง Toys City


ดูภาพเต็มตัวกันบ้าง

ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://www.toyscity.com.cn/productshow.asp?articleid=332




หน้าตาของทางผู้ร้าย ผลงาน Toys City


ภาพเต็มตัวเต็มยศ

ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://www.toyscity.com.cn/productshow.asp?articleid=331
 

จะเห็นว่าทางฝั่งของ DID จะทำหน้าตาได้เหมือนตัวแสดงในภาพยนตร์มากกว่า  ทาง Toys City ที่ตกเป็นรองในด้านนี้ แต่ผลงานก็ยังจัดว่าเนี้ยบ ใส่หมวกแล้วก็ดูแทบไม่ต่างกัน  ความละเอียดของเสื้อผ้าและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ก็ดูพอๆ กัน  ถ้าไม่ยึดติดว่าต้องหน้าตาเหมือนตัวละครในภาพยนตร์แล้ว  เลือกลำบากเหมือนกันครับ

ขณะที่เขียนบทความนี้ผลิตภัณฑ์ของทั้งสองบริษัทยังเพียงแต่เปิดตัวให้สั่งจองเท่านั้นนะครับ  ราคาใกล้เคียงกันคือประมาณ 80 กว่าเหรียญ  ราคาเต็มๆ ไปดูกันตามเว็บของผู้จำหน่ายอย่าง Monkey Depot, Cotwold Collectibles ฯลฯ กันเอาเองนะครับ  ค่าส่งอีกต่างหาก  แล้วคูณด้วยค่าเงินประมาณ 33-34 บาทอีกที หรือหากภายหลังจะมีการนำเข้ามาในร้านแถวภิรมย์พลาซ่าย่านสะพานเหล็กในสนนราคาเท่าไหร่ก็ส่งข่าวกันได้  คำเตือน! การดวลกันของ 2 บริษัทครั้งนี้อาจเป็นอันตรายต่อเงินในกระเป๋าของท่าน  แต่ถ้าเงินถึงและสนใจจริงๆ ก็ว่ากันไปครับ

สารคดีประวัติศาสตร์ : "ยานอนหลับ" หรือ "อาหารสมอง"

Posted by โรจน์ on Sat-13-Feb-2010 at 19h02 in HistoryMovies


(เรื่องเดียวกับที่เขียนไว้ที่ http://iseehistory.socita.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711150&Ntype=1)


นับแต่เปิดเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์มา นำเสนอทั้งประเภทที่เป็นภาพยนตร์บันเทิงและสารคดีมาพอสมควร  ช่วงแรกๆ มีคนวิจารณ์กลับว่าผมวิจารณ์ภาพยนตร์บันเทิงแบบจริงจังไป โดยอ้างว่ามันไม่ใช่ "สารคดี"  แล้วภาพยนตร์ที่ถามหากันอยู่หลายเรื่อง  เหมือนจะไม่มีสารคดีรวมอยู่ด้วย

แล้วสารคดีมันเลวร้ายอะไรนักหรือ?  ก็คงเช่นเดียวกับภาพยนตร์ทุกประเภท  ที่มีทั้งเรื่องดีๆ และที่อาจมีข้อจำกัดบางอย่าง  เช่น นำเสนอไม่ดี ข้อมูลขาดเกิน ฯลฯ  แต่ในภาพรวมแล้ว  สารคดีย่อมเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ได้ตรงไปตรงมามากกว่าภาพยตร์บันเทิง  เมื่อดูแล้วแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า  เหตุการณ์หรือเนื้อหาในหนังเป็นจริงหรือไม่  นอกจากเรื่องที่นำเสนอทฤษฎีใหม่ๆ  ค้านความเชื่อเดิมๆ หรือสมมติฐานที่นักประวัติศาสตร์เองก็ยังถกเถียงกันไม่ลงตัว เช่น เรื่อง The True Story of Marco Polo  ที่ส่วนใหญ่เดินเรื่องตามสมมติฐานของ Fraces Wood ที่ว่า มาร์โคโปโล อาจจะไม่เคยไปเมืองจีนจริงๆ หรือตัวเขาอาจจะไม่มีตัวตนจริงๆ ด้วยซ้ำ หรือหนังสารคดีเกี่ยวกับอิยิปต์โบราณบางเรื่องที่ถกกันเรื่องศพของพระนางเนเฟอร์ติตีบ้าง ศพพระนางคลีโอพัตราบ้าง ฯลฯ

แต่โดยธรรมชาติของคนเราลึกๆ  จะว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยหรือไม่ก็แล้วแต่  มักไม่ค่อยชอบให้ใครมาสอนอะไรตรงๆ  และโดยปกติก็ไม่มีใครเอาหนังสารคดีมาโฆษณาหวือหวาอยู่แล้ว  สารคดีไม่ว่าจะเรื่องประวัติศาสตร์หรือเรื่องอะไรจึงกลับกลายเป็นยาหม้อใหญ่ของคนส่วนใหญ่ไป

2-3 คืนก่อน ผมเกิดอาการนอนไม่หลับอย่างที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ  เดิมเคยใช้วิธีการสารพัดสารเพ  เช่น เอาเพลงบรรเลงมาเปิดบ้าง  ลุกขึ้นมาทำอะไรสักพักก่อนจะกลับไปนอนต่อบ้าง  แต่คืนนั้นเกิดความคิดแว่บขึ้นมาว่า  จะเอาแผ่น DVD รวมสารคดี 4 เรื่อง ซึ่งมีภาพหน้าปกที่ปรากฏอยู่ข้างบนมาลอง "ฟัง" ดูสักครั้ง  ย้ำว่าเอามาเปิดฟังนะครับ  ไม่ใช่เปิดดู  เพราะถ้าลืมตาดูไม่รู้จะตาค้างหรือเปล่า  และสารคดีหลายเรื่องก็เป็นการบรรยายตลอดจนสามารถปิดตาฟังได้จริงๆ  แผ่น DVD ดังกล่าวมีสารคดี 4 เรื่องที่มีชื่อภาษาไทยดังนี้

1. ฮิตเลอร์ ผู้สร้างชาติพันธุ์ชั้นเลิศ
2. เหมาเจ๋อตุง จักรพรรดิแดง
3. เช กูวารา นายแพทย์นักปฏิวัติ
4. เจียงไคเช็ค จอมพลแห่งแผ่นดินจีน

เรื่องที่ 1 กับเรื่องที่ 3 นั้น เคยดูเวอร์ชัน VCD มาแล้ว  เรื่องที่ 3 เคยนำมาเขียนแล้วด้วยที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5345984&Ntype=3 คืนนั้นกะว่าถ้ายังนอนไม่หลับก็ดีไปอย่าง  จะได้ "ฟัง" เรื่องที่ 2 กับ 4 ซึ่งยังไม่เคยดูและเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนช่วงสงครามโลกจนถึงต้นยุคสมัยใหม่ที่น่าสนใจถึง 2 ท่าน ซึ่งเป็นคู่อริที่ขับเคี่ยวชิงอำนาจกันมานานซะด้วย  แต่ถ้าเสียงผู้บรรยายจะมีมนต์สะกดที่ช่วยให้หลับพักผ่อนได้ ก็ดีไปอีกแบบ

ผลคือคืนนั้นหลับๆ ตื่นๆ ตลอด  ซึ่งที่จริงรวมเวลาที่ "หลับ" ถือว่าได้พักผ่อนพอที่่จะทำงานในวันรุ่งขึ้นได้  แต่ที่แย่คือ มักจะ "ตื่น" ในช่วงของภาพยนตร์เรื่องที่ดูแล้ว  พอถึงเรื่องของประธานเหมากับนายพลเจียงดัน "หลับ" เป็นส่วนใหญ่  มีได้ยินเสียงในช่วง "ตื่น" บ้างนิดหน่อย

วันนั้นกลับจากทำงานมาถึงบ้านหลังจากกินข้าวเย็นแล้ว  ตอนหัวค่ำเลยเอาแผ่น DVD ที่ว่ามาเปิดดูกับคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงาน  โดยเลือกดูเฉพาะเรื่อง "เหมาเจ๋อตุง จักรพรรดิแดง" กับ "เจียงไคเช็ค จอมพลแห่งแผ่นดินจีน" เพื่อให้หายแค้น เอ๊ย! เพื่อเป็นการชดเชย

ส่วนการจะนำทั้ง 2 เรื่องมาเขียนแนะนำเมื่อไหร่  คงไม่ใช่ในเร็วๆ นี้  ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบทีหลังครับ

หนี Twitter ปะ Buzz

Posted by โรจน์ on Fri-12-Feb-2010 at 20h44 in ComIT
ก่อนหน้านี้ แม้กระแส Twitter จะแรงขนาดที่ทั้งอดีตนายกฯ หนีคดีและนายกฯ ปัจจุบัน ยังนิยมใช้ แต่ความที่เคยเปิด Blog ไว้แล้ว หลังๆ ไม่มีเวลาเขียน กับจะต้องดูแลทั้งเว็บหลวงและเว็บส่วนตัวอีก 2 รวมเป็น 3 เว็บ แล้วตอนหลังยังมาเปิด Blog ใหม่ไว้สะสมคลิปเพลงคลาสสิค เลยไม่ได้สนใจจะใช้

แต่ แล้ววันดีคืนดี ตื่นมาเปิด Gmail ก็พบว่ามีตัวอักษรประหลาดคำว่า Buzz โผล่แทรกเข้ามาอีก ลองเอาเม้าส์จิ้มไปจิ้มมาสองสามทีก็รู้ได้ว่า Google กระโดดลงสนาม Social Network เข้าอีกรายแล้ว ลองโพสต์บ้าง หาคนไว้ติดตามบ้าง ดูคนที่แอบเข้ามาติดตามเราบ้าง ก็เพลินไปอีกแบบ เสียแต่ยังไม่ค่อยเห็นคอนเทนต์ของคนอื่นที่น่าสนใจเท่าไหร่

รอดูกันอีกสักพักก็แล้วกัน

เกือบลืมบอกไปว่า อีเมล์ที่ Gmail ของผมคือ rojnchin@gmail.com ครับ

แนะนำ Berliner Philharmoniker ออนไลน์

Posted by โรจน์ on Wed-6-Jan-2010 at 22h21 in WebAndBlog

หลังจากขลุกกับคลิปเพลงคลาสสิคมานาน  ในที่สุด YouTube ก็พาผมมาเจอ Channel ของ Berliner Philharmoniker (หรือ Berlin Philharmonic ในภาษาอังกฤษ หรือย่อว่า BPO) วงดนตรีคลาสสิคชั้นนำของโลกเข้าอย่างค่อนข้างจะบังเอิญ นั่นคือ http://www.youtube.com/user/BerlinPhil  แน่ละครับว่าจะต้องมีคลิปเพลงให้ชมให้ฟังกันอย่างมากมาย  แต่ก็แน่นอนอีกเหมือนกันว่า ไม่ว่าวงดนตรีคลาสสิคหรือวงดนตรีประเภทไหนก็ต้องกินต้องใช้  แต่ละคลิปที่ปรากฏอยู่จึงเป็นเพียงคลิปตัวอย่างที่มีความยาวเพียง 2-3 นาที เพื่อเป็นการโปรโมทกิจกรรมต่างๆ ของวง  นอกจากนี้ยังมีลิงค์ไปยังสื่อออนไลน์อื่นๆ ที่ BPO ใช้ประชาสัมพันธ์ รวมแล้วมีดังนี้ครับ

- http://www.berliner-philharmoniker.de/dch คอนเสิร์ตฮอลล์ดิจิตอล สำหรับถ่ายทอดเสียงการแสดงสด  ซึ่งจะมีปฏิทินบอกล่วงหน้าว่าจะแสดงที่ไหนเมื่อไหร่  หน้าเว็บหลักจริงๆ คือ http://www.berliner-philharmoniker.de/ ครับ
- http://www.youtube.com/user/BerlinPhil  เป็น Channel ใน Youtube ที่กำลังกล่าวถึง 
- http://www.facebook.com/BerlinPhil  เป็นคล้ายชมรมใน Facebook เว็บไซต์เครือข่ายสังคมแบบเดียวกับ hi5
- http://twitter.com/BerlinPhil  ถ้าเบื่อทวิตการเมืองก็มาที่นี่แทนได้เลยครับ

ดังที่บอกแล้วว่า การที่ BPO ในยูทูปจะมีแต่คลิปตัวอย่างสั้นๆ นั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่  ที่เสียดายอยู่นิดๆ คือในเว็บไซต์หลักไม่ยักกะมีประวัติของวงเอาไว้ด้วย  เลยต้องหันไปพึ่งวิกิพีเดียเจ้าเก่า ซึ่งเล่าประวัติของวงนี้เอาไว้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Berliner_Philharmoniker  คราวนี้ล่ะจุใจเลยครับ  ความเป็นมาของเขาตั้งแต่ปี 1882/พ.ศ.2425  ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ตอนรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปีซะด้วย  ใครภาษาอังกฤษแข็งแรงก็ตามไปอ่านกันได้นะครับ

มัวแต่คุยเรื่องอื่นซะยาว  คลิปตัวอย่างจาก Berliner Philharmoniker ในวันนี้เป็นผลงานของ Johannes Brahms คือ Symphony No. 3 in F major, Op. 90  จากการอำนวยเพลงของ Simon Rattle เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2008/พ.ศ.2551 ความยาว 2.53 นาที  ขณะที่บทเพลงเต็มๆ นั้นมีทั้งหมด 4 Movement ด้วยกัน  จะยาวแค่ไหนและไพเราะแค่ไหนคงต้องเป็นวันอื่น  วันนี้ฟังตัวอย่างกันไปก่อนครับ

แม่เหล็กโลกกำลังจะสลับขั้ว

Posted by thanes on 2009-Dec-28 at 09:51 in Technologies
แม่เหล็กโลกกำลังจะสลับขั้ว

ขั้วโลกเหนือเคลื่อนไปทางประเทศรัสเซีย 34 ไมล์ต่อปี
นั่นก็คือ ซานตาครอสกำลังย้ายบ้านไปอยู่รัสเซีย

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ในอดีตโลกมีการสลับขั้วแม่เหล็กเฉลี่ย 300,000 ปีต่อครั้ง

เรื่องเศร้าก็คือ 700,000 ปีที่ผ่านมายังไม่มีการสลับขั้วเกิดขึ้นเลย

ดังนั้นการเลื่อนตำแหน่งของขั้วโลกเหนือในหลายๆปีที่ผ่านมานี้ จะเป็นการส่งสัญญานอะไรบางอย่างหรือไม่

ความแรงของสนามแม่เหล็กโลกในสองร้อยปีที่ผ่านมาลดลงด้วยตัวเลขที่มีนัยสำคัญ

ดังนั้นการสลับขั้วแม่เหล็กโลกจึงอาจจะเกิดเมื่อไรก็ได้ โดยเราไม่ได้ตั้งตัว

ผลที่ตามมาก็คือ สัตว์โลกที่อพยพตามทิศแม่เหล็กโลกจะปั่นป่วน บางชนิดอาจสูญพันธุ์

ห่วงโซ่อาหารจะมีปัญหา แน่นอนคนต้องโดนด้วย แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรงที่สุด

เรื่องร้ายแรงที่สุดก็คือในระหว่างการสลับขั้ว แนวสนามแม่เหล็กโลกที่ป้องกันรังสีร้ายแรงจากดวงอาทิตย์จะปั่นป่วน

รังสีร้ายแรงจะลงมาถึง เราบนผิวโลกแน่ๆ  การสื่อสารต่างๆต้องปั่นป่วนใช้ไม่ได้

เราอาจถูกเผาตาย หรือ mutate แปลงร่างไปเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ (Newtype, X-men)

เรื่องแบบนี้คงมาถึงสักวัน จงใช้ชีวิตให้มีความสุข
Tweet กันต่อไปจนกว่าจะถึงวันนั้นครับ

รู้วิทย์วันละนิดจิตแจ่มใส @ThanesTalk

อ่านมาเล่าต่อจาก Mysterious Earth's Core Plume Shifting the Magnetic North Pole http://gizmodo.com/5434876/






อะไรที่อยู่ในใจเจ้าสุนัขของคุณ

Posted by thanes on 2009-Dec-25 at 10:14 in General
อ่านจากล่างขึ้นบนนะครับ ตัดมาจาก Twitter @ThanesTalk ของผมเอง

ปะติดปะต่อจาก The Secrets Inside Your Dog's Mind By Carl Zimmer (TIMES) http://bit.ly/6dHq1r ครับ มันยาวไปหน่อย เลยสรุปเท่าที่เข้าใจ
2 minutes ago from Seesmic


เพราะมันทำเหมือนกับว่ามันได้ตามที่ใจเราอยากให้มันทำ แต่ด้วยเหตุผลคนละเหตุผล
4 minutes ago from Seesmic


ซึ่งเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนกับหมาถึงไปกันได้ดีมากกว่าสัตว์ประเภทอื่นๆ
5 minutes ago from Seesmic


ความสามารถในการส่ือสารระหว่าง สุนัขบ้านและคนจึงเป็นความสามารถที่สุนัขพัฒนาขึ้นมาเองเมื่อมันเปลี่ยนจากสุนัขป่ามาเป็นสุนัขบ้าน
6 minutes ago from Seesmic


ในขณะที่สัตว์ประเภทอื่นๆ รวมถึงลิงใหญ่จะเชื่อประสาทสัมผัสของตัวมันเองมากกว่า
7 minutes ago from Seesmic


เมื่อชี้ไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง สุนัขจะสนใจในนิ้วและของที่ถูกชี้ เราอาจหลอกให้มันหาของที่ไม่มีอยู่จริงได้โดยการชี้นิ้ว
8 minutes ago from Seesmic


อาการหางตกอาจจะไม่ได้หมายถึงการยอมรับผิด แต่มันเป็นอาการยอมแพ้ต่อหัวหน้า ซึ่งก็คือคุณผู้เป็นเจ้าของ
12 minutes ago from Seesmic


ตรงกันข้ามมันอาจจะกำลังตรวจสอบว่าคุณไปกินอะไรมา จะคายออกมาเผื่อมันได้หรือไม่
13 minutes ago from Seesmic


การเลียหน้าเลียปากเมื่อเจ้าของกลับถึงบ้าน อาจไม่ใช่ความรัก
14 minutes ago from Seesmic


แต่อย่าตัดสินว่าการแสดงออกของมัน ตรงกับสิ่งที่คนคิด
14 minutes ago from Seesmic


สุนัขเป็นสัตว์ประเภทเดียวที่ สามารถเข้าใจการสื่อสารทางร่างกายกับคนตั้งแต่แรกเกิด โดยไม่ต้องฝึก

100 เรื่องน่ารู้กับร่างกายของเรา

Posted by thanes on 2009-Dec-24 at 10:36 in Technologies
ร่องเหนือริมฝีปากที่ยาวไปใต้จมูก เรายังหาคำตอบไม่ได้ว่ามีไว้เพื่อประโยชน์อะไร 

หมีโคอาลา และลิงใหญ่ เท่านั้นที่มีลายนิ้วมือไม่ซ้ำกัน  

ญ เผาผลาญ ไขมันได้ช้ากว่า ช เพราะตามธรรมชาติ ญ ต้องสะสมพลังงานไว้เผื่อการก่อกำเนิด บุตร  

คนถนัดขวาอยาุยืนกว่าคนถนัดซ้ายโดยเฉลี่ย 9 ปี

มนุษย์เป็นสัตว์ประเภทเดียวที่สามารถหลั่งน้ำตาโดยสิ่งเร้าทางด้านอารมณ์  

1 วาคือความสูงของคุณ กว้างศอกยาววาหนาคืบ (จะสะสมอะไรกันนักกันหนากับลาภยศ)  

เราไม่สามารถจัี๊กจี้ตัวเอง เพราะสมองคาดการณ์ความจั๊กจี้เอาไว้แล้ว

ตอนตื่นตใจร่างกายสร้างขี้หูมากกว่าปกติ

ร่างกายปล่อยความร้อนออกมาใน 30 นาทีมากพอจะต้มน้ำหนึ่งแกลลอนให้เดือดได้ -> น่าจับมาทำพลังงาน Matrix  

น้ำตาและสารคัดหลั่งมีเอนไซม์ที่ละลายเซลเชื้อโรคได้  

ยิ่งห้องนอนเย็นมากๆ โอกาสฝันร้ายก็จะมากตาม

ปากคนมีสีแดงเพราะมีเส้นเลือดฝอยมารวมกันหนาแน่น และมีความรู้สึกไว จุ๊บๆ

เลือดกรุ๊ป O มีมากที่สุดในโลก

ในตัวเรามีเหล็กมากพอทำตะปูยาว 3 นิ้วได้ 1 ตัว 

ลวดลายบนลิ้นแตกต่างกันไปไม่เหมือนกันเลย -> ดูดวงจากลิ้นคงได้นะมัน unique

ทุกวันเราสร้างเซลใหม่ 3000 ล้านเซล  

เศษผิวที่ตายจะหลุดออกไป 600,000 ในทุกๆชั่วโมง  

ทุกนาทีมีเซลในร่างกายตายไป 300 ล้านเซล -> กายนี้ไม่เที่ยง

คนเราเปลี่ยนผิวใหม่ทุก 27 วัน  

บนผิว 1 ตร นิ้ว มีแบคทีเรียอยู่ 32 ล้านตัว  

เท้ามีชิ้นส่วนกระดูกมากที่สุดในร่างกาย 52 จาก 206

กระดูกแข็งแรงกว่าเหล็กเทียบกันต่อน้ำหนัก  

การสร้างกล้ามป็นมัดๆใช้เวลามากกว่าการสูญเสียมันสองเท่า  

ฟันเป็นส่วนเดียวในร่างกายที่ซ่อมแซมตัวเองไม่ได้ เราเลยต้องมีหมอฟัน  

เดินหนึ่งก้าวใช้กล้ามเนื่้อ 200 มัด  

กระดูกส่วนที่แข็งที่สุดในร่างกายคือ กระดูกกรามล่าง  

กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดคือ .......ลิ้น

ตอนเช้าส่วนสูงเราจะมากกว่าตอนเย็น 1 cm  

เด็กแรกเกิดมีกระดูก 300 ชิ้น โตมาเหลือ 206 ชิ้น 


การทำหน้าบึ้งใช้กล้ามเนื้อ 43 มัดในขณะที่ยิ้มใช้แค่ 17 มัด ยิ้มง่ายกว่าเยอะ มายิ้มกันเถอะ  

หัวคนยังรับรู้ต่อไป 15-20 วินาทีหลังหลุดออกจากตัว  

โรคส่วนใหญ่จะแย่ลง ถ้าคนมีอาการเครียด
 
ผิวใหม้จากการตากแดด ทำให้หลอดเลือดบริเวณผิวเสียหายหนัก  

การอดนอนทำให้อายุสั้นกว่าการอดอาหาร  

วันจันทร์เป็นวันที่มีอัตราเสียงโรคหัวใจมากที่สุดในแต่ละอาทิตย์ 

ตอนเกิด หัวมีขนาด 1/4 แต่ตอน 25 หัวมีสัดส่วนเป็น 1/8 ของร่างกาย  

ช ส่วนใหญ่จะกรนเมื่ออายุ 60 ส่วน ญ เริ่มตั้งแต่ 40  

ขนาดของตา เท่าเดิมตั้งแต่เกิด  

เราสูญเสียต่อมรับรสครึ่งหนึ่งไปแล้วเมื่ออายุ 60  

ผมและเล็บเลิกเติบโตเมื่อเราตาย แต่มันจะดูยาวขึ้นจากผลของการูญเสียน้ำในเซล

ขี้เถ้าจากการเผาศพ มีน้ำหนักเฉลี่ย 4 kg 


ทุกคนมีกลิ่นตัวเฉพาะคน ยกเว้นแฝดแท้

เสียงรบกวนเล็กๆน้อยๆ สามารถสั่นม่านตาให้พร่าได้ 


จมูกรับรู้กลิ่นได้มากกว่า 50000 กลิ่น

ผู้หญิงจมูกดีกว่าชายตั้งแต่เกิด -> อย่าแอบไปอาบน้ำที่อื่นเธอรู้ 


ถ้าน้ำลายทำละลายของที่อยู่ในปากไม่ได้ เราจะไม่รับรู้รสของมัน  

มีคนหนึ่งในสามเท่านั้นที่สายตาปกติ  

ถ้ากินอิ่มมากๆ ประสาทหูจะลดประสิทธิภาพลงในช่วงนั้น  

ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะฝันเปียกทุกๆ หนึ่งชั่วโมงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ถ้าว่างเว้นจากการปล่อยของออกโดยตั้งใจ อิๆ  

ทุกคนต้องเคยเป็นสัตว์เซลเดียว อย่างน้อย ครึ่งชั่วโมง  

ตัวอ่อนในท้องเริ่มมีลายนิ้วมือหลัง 3 เดือนไปแล้ว  

มีเด็ก 1/2000 ที่คลอดมาแล้วมีฟันเลย 

เทียบกัน นน kg ต่อ kg เเด็กแรกเกิดจะแข็งแรงกว่าวัว  

เด็กทุกคนเกิดมาโดยมีตาสีฟ้า -> จริงหรือเนี่ย ..จะมีคำถาม ไอ้เจ้าหนูนี่ลูกใครไหม?  

ฟันเริ้มการเจริญเติบโตหลังคลอดมา 6 เดือน  

สามสิ่งที่ ญ ท้องอ่อนๆมักจะฝันถึงใน 3 เดือนแรกคือ กบ หนอน และต้นไม้ในกระถาง เป็นผลจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง  

เซลที่เล็กที่สุด คือ สเปิรม์ ของ มนุษย์ผู้ชาย

เซลที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์คือ เซลไข่ ในนมุษย์ผู้หญิง  

ในแต่ละวัน คนในโลกมี sex 120 ล้านครั้ง  

ขี้หูเป็นของดีสำหรับหู อย่าเอาออก  

คนตดโดยเฉลี่ย 14 ครั้งต่อวัน ทั้งแบบตดเล็กและแบบตดมโหฬาร  

คุณผลิตน้ำลายได้ 2 สระว่ายน้ำ ตลอดชีวิต 
 
เท้ามีต่อมเหงื่อ ห้าแสน ต่อม จึงไม่แปลกที่เท้า รองเท้าจะเหม็น และ ช มีมากกว่า ญ  

ของเสีย 75% จากร่างกายอยู่ในรูปแบบของๆเหลวที่เป็นน้ำ  

ปริมาณอึก้อนใหญ่ที่สุด ที่จะทนอั้นไว้ได้ จะมีขนาดเท่าๆกับลูกซอฟท์บอล 

ญ กระพริบตามากกว่า ช สองเท่า  

การไอเกิดลมความเร็ว 60 ไมล์ต่อชั่วโมง  

ลมจากการจามมีความเร็วกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง  

ต่อมหมวกไตเปลี่ยนขนาดไปตลอชีวิตของคนเรา  

เราสามารถตัดส่วนใหญ่ของอวัยวะภายในแต่ละอย่างได้โดยไม่ตาย เชนตัดตับออกบางส่วน แต่จะขาดอะไรไม่ได้เลย  

ปอดซ้ายเล็กกว่าปอดขวาเพื่อมีช่องว่างให้หัวใจ  

เส้นเลือดแดงใหญ่มีขนาดพอๆกัยสายยางรดน้ำสวน  

ถึงตอนนี้เรารู้ว่า ตับมีหน้าที่ในการทำงานมากเกิน 500 หน้าที่  

หัวใจ ญ เต้นเร็วกว่า ช โดยเฉลี่ย การรักษาโรคบางอย่างของหัวใจเลยต้องต่างกัน  

พื้นที่รับอากาศในปอด มีขนาดเท่าๆสนามเทนนิส  

สารเคลือบระบบทางเดินอาหาร เกิดตายสร้างใหม่ทุกๆสี่วัน  

เส้นเลือดในตัว รวมแล้วยาวกว่า 60000 ไมล์  

กรดในท้อง สามารถละลายใบมีดโกนได้  

หัวใจบีบเลือดได้ไกลถึง 30 ฟุต  

อวัยวะภายในที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ ลำใส้เล็ก  

ผมคนมีองค์ประกอบที่ทนทาน และอยู่คงทนย่อยสลายยากที่สุด แม้จะเจอกรดหรือด่างแรงๆ 

จะเริ่มเห็นว่าผมน้อยก็เมื่อ เสียผมไปแล้วเกินครึ่งหนึ่ง  

ผมหนึ่งเส้นมีอายุเฉลี่ย 3-7 ปี  

เล็บมือยาวเร็วกว่าเล็บเท้าสี่เท่า  

คนผมบลอนด์มีจำนวนเส้นผมมากกว่าคนผมสีดำ  

คนมีขนต่อตารางนิ้วเท่าๆกับลิง แต่ขนเราเส้นเล็กและบางกว่าขนลิง  

เล็บที่ยาวเร็วที่สุดคือเล็บนิ้วกลาง  

ผมหนึ่งเส้นรับ น้ำหนักได้ 3.5 ออนซ์  

เส้นขนผู้หญิง เล็กกว่า ชาย ครึ่งหนึ่ง  

ผมร่วงวันละ 60-100 เส้น  

ขนบนใบหน้าจะยาวเร็วกว่าขนในส่วนอื่นๆ  

ส่วนประกอบของสมอง 80% เป็นน้ำ  

ตัวสมองเองนั้น ไม่มีตัวรับรู้การเจ็บปวด การปวดหัวที่เรารับรู้เกิดขึ้นที่เนื้อเยื่อรอบๆมัน  

ความเร็วการส่งข้อมูลจาก นิวรอน ไปอีก นิวรอน จะต่างกันตามชนิดของนิวรอนและชนิดข้อมูลที่ส่ง

นิวรอน เติบโตตลอดชีวิตของคนๆหนึ่ง

ยิ่ง IQ สูง ก็จะฝันมาก  

สมองทำงานกลางคืนมากกว่ากลางวัน  

สมองใช้ออกซิเจน 20% ของที่ร่างกายต้องการ

สมองจุข้อมูลได้มากกว่า Encyclopedia Britannica ถึง 5 เท่า

สมองใช้พลังงานเท่ากับหลอดไฟขนาด 10 วัตต์

คำสังจากสมองเดินทางด้วยความเร็ว 170 ไมล์ต่อชั่วโมง


จบ การทวิตเอามันส์ครับ ที่มาของข้อมูล http://bit.ly/6SyJTz
less than a minute ago from Seesmic

การจ้องหน้าอกผู้หญิงช่วยให้ผู้ชายมีสุขภาพดีขึ้น

Posted by thanes on 2009-Dec-8 at 09:18 in General
มีผลวิจัยแปลกๆจากเยอรมนี รายงานมาว่าการที่ผู้ชายจ้องมองหน้าอกผู้หญิงนั้นทำให้ผู้ชายมีสุขภาพดีขึ้น และมีอายุยาวนานขึ้นถึง  5 ปี รายงานนี้เป็นผลงานของ Dr. Karen Weatherby ผู้ซึ่งเป็นนักวิจัยด้านการชราภาพและกลไกการชราของมนุษย์ เธอบอกว่าถ้าผู้ชายใช้เวลา 10 นาทีมองไปที่ผู้หญิงหุ่นสวยๆที่มีเสน่ห์แล้วจะให้ผลเทียบเท่ากับการเต้น แอโรบิกเป็นเวลา 30 นาที

ผลการศึกษาที่เจาะลงไปบอกว่า ผู้ร่วมทดลองที่ถูกกำหนดให้เริ่มมองที่หน้าอกผู้หญิงเป็นส่วนแรกนั้น มักจะมี ความดันเลือดต่ำ และอัตราการเต้นของหัวใจที่ต่ำกว่ากลุ่มผู้เข้าร่วมทดลองที่ถูกบอกให้มองไป ที่ส่วนอื่นๆ

ผู้วิจัยสรุปว่าความต้องการทางเพศนั้นเชื่อมโยงโดย ตรงกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการไหลเวียนเลือดในร่างกาย ซึ่งส่งผลในทางบวกต่อสุขภาพร่างกายของผู้ชาย ซึ่งความตื่นเต้นนั้นก็ทราบกันดีว่าทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ดังนั้นการมองหน้าอกผู้หญิงก็เลยทำให้ผู้ชายมีสุขภาพดี

สุดท้าย เธอสรุปว่า การทำอย่างนี้ทุกวัน วันละไม่กี่นาที จะลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้กว่าครึ่ง และเธอเชื่อว่าถ้าทำเป็นประจำจะยืดอายุได้ 4 ถึง 5 ปี   และยังแนะนำว่าสำหรับผู้ที่อายุเกิน 40 ไปแล้วเธอแนะนำให้ จ้องไปที่หน้าอกขนาดใหญ่ และควรทำอย่างน้อยวันละ 10 นาที



http://www.themedguru.com/20091206/newsfeature/stare-boobs-longer-life-study-86131320.html

แนะนำ FoxLingo Translator Add-On สำหรับผู้ใช้ Browser FireFox

Posted by thanes on 2009-Dec-8 at 09:01 in Technologies
แนะนำ FoxLingo Translator Add-On สำหรับผู้ใช้ Browser FireFox

เพื่อน Blogger, Twiterrer บางท่านของผม ท่านพูดได้อ่านได้หลายภาษาก็เลยมักจะแนะนำ WebSite น่าสนใจที่ใช้ภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาให้ตามไปอ่าน ปัญหามันก็อยู่ที่อ่านกันไม่ออก เลยต้องพึ่งบริการตัวแปลภาษาของ Google อยู่เป็นประจำ โดยใช้เมนู Language Tool บนหน้า Web ของ Google ซึ่งก็จะมีวิธีการใช้งานหลายขั้นตอน เลือกโน่นเลือกนี่ ไม่ทันอกทันใจ ไม่สะดวก



จริงๆแล้ว FireFox มี Add-On เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้วคือ FoxLingo Translator Add-On เมื่อติดตั้งเข้าไปใน Browser FireFox แล้ว มันก็จะแสดงเป็นแถบ Toolbar อันหนึ่ง ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานเกี่ยวกับภาษาอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นการแปล การตรวจการสะกดคำ พจนานุกรม หรือ Bookmark ไปยัง web ด้านภาษา

ที่ผมชอบก็คือ มันจะดูเองว่า web ที่เราเข้าชมนั้นเป็นภาษาอะไร และถ้าเราตั้งค่ามาตรฐานว่าให้แปลเป็นไทยไว้แล้วก็แค่กดปุ่ม WebTranslate บน toolbar ก็จะได้ Page เป็นภาษาไทยทันที โดยเราไม่ต้องเลือกอะไรอีก ง่ายและสะดวกกว่าเดิมเยอะ

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมแปลภาษาจากภาษาอื่นเป็นภาษาไทยนั้นยังไม่ค่อยดีนัก อ่านไปอาจหงุดหงิด วิธีที่ผมใช้ก็คือตั้งให้แปลจากภาษาอื่นๆเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษากลาง แล้วอ่านจะเข้าใจและเข้าท่ากว่า

ลองใช้งานดูครับ

Search for @ThanesTalk in Twitter
http://www.twitter.com/ThanesTalk

Avatar บ่งบอกอะไรในใจคุณ

Posted by thanes on 2009-Nov-6 at 09:51 in General
แต่ละคนนั้นมีเหตุผลในการเลือก Avatar แทนตัวตนของตัวเองบนบริการทาง internet การเลือกรูปที่ใช้นั้น ส่วนใหญ่จะมาจากความรู้สึกลึกๆ บวกกับความชอบไม่ชอบของตัวเอง มีคนได้ลองศึกษารวบรวมและตีความการเลือกใช้ภาพ Avatar ไว้น่าสนใจดังนี้ครับ

ถ้ารูป Avatar ของคุณเป็น

ภาพหน้าตรงอยู่กลางๆภาพ - มั่นใจในตัวเอง เปิดเผย กล้าเผชิญโลก ยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์

ภาพหน้าตรงอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของภาพ - มั่นใจ แต่ลึกๆแล้วไม่ชอบอยู่ในกรอบที่สังคมขีดไว้ ชอบตามใจตัวเอง

ภาพใบหน้าครึ่งหน้า - ขี้เบื่อ ไม่ชอบความจำเจ มีความลับบางอย่างที่ไม่อยากเปิดเผย แต่ก็ยังอยากให้โลกรู้ว่ามีฉันอยู่ตรงนี้

ภาพครึ่งหน้าเอียง 45 องศา - ฉันไม่ชอบให้ใครบังคับ ฉันไม่มีสูตรตายตัวอะไรแน่นอน ฉันอาจชอบและเกลียดคุณในเวลาเดียวกัน

ภาพ Zoom เฉพาะส่วนดวงตา - ค่อนข้างปิดตัว ฉันจะคุยเฉพาะคนที่รู้จัก อย่าเข้ามานะ ฉันมองคุณอยู่นะ อะไรประมาณนั้น

ภาพที่มีอะไรปิดหน้าไว้เป็นส่วนใหญ่ - ฉันชอบอยู่เบื้องหลัง

ภาพเต็มตัวจากระยะไกล - ฉันอยู่ตรงนี้ แต่อย่าเอาฉันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรของคุณ ฉันขออยู่เงียบๆสบายใจกว่า

ภาพตั้งใจถ่ายเอามาทำ Avatar โดยเฉพาะ - ฉันแคร์สายตาคนอื่น ฉันเป็นนักสร้างภาพ ฉันอยากให้คนอื่นเห็นว่าฉันเป็นแบบนี้ ฉันมีจุดประสงค์

ภาพสายตามองไปทางอื่น - อย่าสนใจฉัน

ภาพใบหน้าที่ผ่านการตกแต่งสีสันแล้ว - คุณชอบเทคโนโลยี อาจพึ่งซื้อกล้อง หรือ computer เครื่องใหม่ กำลังเห่อ

ภาพกิจกรรมกลางแจ้งของคุณ - คุณกำลังบอกว่า ผมไม่ใช่คนน่าเบื่อนะเฟ้ย

เอามือจับคาง - ชอบวางอำนาจ ชอบอ้างหลักการ ขี้โม้

ใช้ภาพลูกๆหรือภาพตัวเองในอดีต - ฉันเป็นคนน่ารัก อย่างที่คุณเคยรู้จัก

ใช้ภาพหน้าการตูนของตัวเอง - คุณชอบให้คนอื่นทำงานให้

ภาพ abstract - ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน

ภาพสัตว์เลี้ยง - ฉันชอบเลี้ยงสัตว์ มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉัน

ภาพคนดัง การตูนดังๆ - ฉันไม่มีอะไรน่าสนใจ ไปสนคนอื่นเถอะ

ภาพ logo - ตัวฉันไม่สำคัญ งานของฉันสำคัญกว่า ให้ดูฉันที่ผลงาน

ภาพ Default ของ Site นั้นๆ - ฉันไม่ใช่คนชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆง่ายนัก หรือฉันพึ่งมาเล่นขอเวลาหน่อย

ปรับไดรเวอร์และโปรแกรม TV Tuner ใน Windows 7 อีกที

Posted by โรจน์ on Wed-4-Nov-2009 at 21h41 in ComIT


จากเมื่อวานที่กล่าวถึงเรื่อง Windows 7 กับการ์ดทีวีจูนเนอร์ ที่ทีแรกต้องใช้โปรแกรม Windows Media Center คราวนี้ลองไปหาโปรแกรมและไดรเวอร์ล่าสุดจากเว็บของ Aver Media คราวนี้ได้เรื่องเลยครับ สามารถลงได้ทั้งไดรเวอร์และโปรแกรม TV Player ได้เรียบร้อย แต่ที่ไม่เรียบร้อยคือเล่นโปรแกรม TV Player แล้วได้แต่ภาพสีขาวๆ กับเสียงเท่านั้น แก้ยังไงก็ไม่หาย สุดท้ายต้องถอดไดรเวอร์ที่ดาวน์โหลดมาใหม่ออก แล้ว Restart ปล่อยให้มันหาไดรเวอร์เดิมจากอินเทอร์เน็ตเองอีกที คราวนี้จึงได้ภาพสีสวยงามในโปรแกรมทีวีดังเดิม และฟังวิทยุได้เหมือนเดิมใน XP ด้วย

ลง Windows 7 อีกที

Posted by โรจน์ on Tue-3-Nov-2009 at 21h40 in ComIT


ตื่นเช้ามาก็นึกถึง Windows 7 ที่เมื่อวานลงแบบ 64 บิทแล้วมีปัญหาเป็นอันดับแรก เลยเอาแผ่นสำหรับ 32 บิทมาจัดการลงใหม่ในทันที ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารถติดตั้ง Windows 7 เปล่าๆ ได้สำเร็จเช่นเดียวกับเมื่อวาน แต่ก็เป็นผลให้ไปทำงานสายอีกวันหนึ่ง ผลคือสามารถแก้ปัญหาไดรเวอร์ 32 บิทของสแกนเนอร์ได้ เหลือแต่ปัญหาเรื่องการติดตั้งโปรแกรมสำหรับการ์ดทีวีจูนเนอร์ ที่ Windows 7 ไปคว้าเอาไดรเวอร์จากอินเทอร์เน็ตมาลงให้เสร็จสรรพ แล้วไม่ยอมรับไดรเวอร์จากแผ่นติดตั้งที่มากับการ์ด ส่วนโปรแกรม TV Player แม้จะติดตั้งได้ก็ไม่ยอมรับไดรเวอร์ของ Windows 7 เช่นกัน ตอนเย็นกลับจากทำงานเลยต้องถอดโปรแกรมดูทีวีจากแผ่นที่มากับการ์ด แล้วก็คิดว่าหากไม่ลองหาโปรแกรมหรืออัพเดทจาก Aver Media ผู้ผลิตการ์ดทีวีนี้ ใน Windows 7 เองอาจจะมีโปรแกรมอะไรสักตัวที่ใช้ดูทีวีกับเจ้าทีวีจูนเนอร์ของเราได้ ในที่สุด ลองเปิดโปรแกรม Windows Media Center แล้วใช้ความพยายามปนความซุ่มซ่ามและความฟลุ้ค ในที่สุดก็สามารถ set ให้โปรแกรมนี้สามารถดูทีวีได้สำเร็จ แม้จะยังไม่ค่อยคุ้นกับโปรแกรมนี้เหมือนโปรแกรมดูทีวีที่เคยใช้เดิม แต่อย่างน้อยเจ้าการ์ดทีวีจูนเนอร์ที่มีอยู่ก็จะไม่ใช่แค่เศษเหล็กในเคสแล้ว

Last Page | Page 1 of 23 | Next Page
«  September 2010  »
MonTueWedThuFriSatSun
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 

Category

-
eXTReMe Tracker