บันทึกงานอดิเรกที่สนใจ ทั้งโหราศาสตร์ ธรรมะ นิยาย ฯลฯ

Mongol เจงกิสข่านอีกเวอร์ชันหนึ่ง

Posted by โรจน์ on Sun-31-Aug-2008 at 23h15 in HistoryMovies


มาอีกแล้วครับ ภาพยนตร์เกี่ยวกับเจงกิสข่านอีกเวอร์ชันหนึ่ง ชื่อว่า Mongol เป็นความร่วมมือระหว่างรัสเซีย เยอรมัน คาซัคสถาน และมองโกเลีย ไม่นับพระเอกที่มาจากญี่ปุ่น และตัวร้ายที่เป็นดาราจีน พึ่งเริ่มฉายเมื่อปี 2007 หรือ 2550 นี้เองครับ เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ดูสนุกอยู่ไม่น้อย แต่จะน่าผิดหวังบ้างเกี่ยวกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ไปแต่งเรื่องว่า เตมูจินเคยไปตกระกำลำบากขนาดถูกขายเป็นทาสและถูกขังอยู่ที่อาณาจักรตังกุท เดือดร้อนถึงภรรยาต้องยอมเป็นภรรยาของพ่อค้ารายหนึ่งเพื่อจะได้ตามไปช่วย ฉากรบตอนสุดท้ายที่ควรจะเป็นไฮไลท์ กลับไม่ค่อยสนุกเท่าที่ควร(ในทัศนะของคนคิดมากอย่างผม)

ผมได้เขียนบทความแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ที่  http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538703724&Ntype=3  ส่วนภาพยนตร์นั้น หาซื้อได้ตามร้านดีวีดีทั่วไปครับ

พวกท่านทำอะไรกัน

Posted by thanes on 2008-Aug-29 at 04:33 in General
พวกท่านทำอะไรกัน

ยุบพรรคฉัน..ฉันก็เปิดพรรคใหม่
สลายม๊อบฉัน...ฉันก็ก่อม๊อบใหม่

มันก็คงวนเวียนกันอยู่อย่างนี้
ไม่มีวันคืบหน้าไปได้
ถ้าความคิดคนมันไม่เปลี่ยน

ปัญหาแท้จริงคืออะไร
ไปแก้ตรงนั้นสิครับ

รักชาติจริงต้องช่วยกันหาทางออก
ต้องเดินหน้าคนละก้าว เดินหน้ามาคุยกัน

ยอมฟัง ยอมรับ ยอมทำตามความคิดคนอื่นกันบ้าง
ไม่ใช่เอาแต่ความคิดตัว
ทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ

จะได้เห็นไหมเนี่ย

รางวัลติดปลายนวม ควรเปลี่ยนได้แล้วหรือยัง

Posted by thanes on 2008-Aug-26 at 08:47 in General
กลับมาแล้วสำหรับนักกีฬาโอลิมปิคไทย ใครได้เหรียญก็ถูกชื่นชมมากเป็นพิเศษ ใครไม่ได้เหรียญก็ถูกลืมไม่เป็นที่รู้จักเหมือนไม่เคยไปแข่ง ทั้งๆที่ก็ซ้อมหนัก ผจญกับปัญหามากมายในสมาคมกีฬาต่างๆมากพอๆกัน โดยเฉพาะเรื่องเงิน แต่ทำไมถึงถูกลืมไปได้ น่าน้อยใจแทนจริงๆครับ

ถ้าพูดกันตรงๆ กีฬาที่เราหวังเหรียญได้ก็มีเฉพาะกีฬาที่แบ่งรุ่นแบ่งน้ำหนัก ชัดเจนเท่านั้น กีฬาใดที่ร่างกายเราเสียเปรียบเราก็ไม่สามารถหวังเหรียญรางวัลได้เลย แล้วเมื่อรู้อย่างนี้นักกีฬาในกีฬาประเภทที่เสียเปรียบคงไม่มีหวังจะได้รับรางวัลจุใจแบบที่กีฬาประเภทความหวังอื่นๆ ที่ไปแข่งไปสู้ก็ไปด้วยใจรักจริงๆเท่านั้น

ว่าถึงเรื่องรางวัลติดปลายนวม หรือรางวัลติดเหรียญแม้ว่ามันก็มีส่วนดี แต่มันก็มีข้อเสีย ทำให้นักกีฬาเครียด เพราะรู้อยู่ว่าถ้าชนะก็ตั้งตัวเป็นเศรษฐีเงินล้านได้เลย แต่ถ้าไม่ได้เหรียญก็ชวดรางวัลหมด (Winner take all) พอเครียดมากเข้าผลงานก็ไม่ค่อยดี แถมที่บ้านก็เครียดพ่อแม่ก็คาดหวังชัยชนะ(ลึกๆ..ก็เงินของลูก) ลูกทำสำเร็จก็ดีใจ ลูกทำไม่สำเร็จก็อาจผิดหวังหนักจนป่วยไข้อย่างที่เห็นกันเป็นประจำช๊อคตายหน้า TV ก็คงจะเห็นกันสักวัน ผมว่าควรจะเปลี่ยนได้แล้วมั้งครับระบบการตอบแทนแบบนี้

ถ้าจะมองกันแบบยาวๆ พัฒนาวงการกีฬากันยาวๆ ควรสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่นักกีฬามากกว่า ตอนในช่วงที่พวกเขารับใช้ชาติอยู่ก็จะได้รับการดูแลอย่างดี แต่พอแก่ตัวไปแต่ละคนดูสภาพไม่ได้ บางคนลำบากมากเหมือนกับเป็นคนอนาถาคนขอทานเลยเสียด้วยซ้ำ

มันน่าจะกำหนดกติกาให้ชัดเจนว่านักกีฬาไปแข่งได้รางวัลเท่าไร ได้เหรียญ เหรียญละเท่าไร ตายตัว ส่วนเงินรางวัลอัดฉีดต่างๆที่มากกว่านั้นควรเอาเข้ากองทุนสวัสดิภาพนักกีฬา ให้นักกีฬาเขาบริหารกันเอง

แล้วนักกีฬาก็ใช้สวัสดิการต่างๆจากเงินกองทุนนี้ รัฐก็ต้องหาอาชีพในวงการกีฬาให้เขาได้ทำงานด้านการกีฬาไปตลอดชีวิตของเขาถ้าเขาต้องการ

ส่วนใครจะไปเป็น presentor สินค้าอะไรก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัวไป ไม่ต้องมามอบรางวัลออกหน้า TV

น้อยใจแทนคนที่ไม่ได้รางวัลจริงๆครับ ก็สู้เต็มที่แล้วล่ะแต่ร่างกายมันเสียเปรียบจะให้ทำอย่างไร..

การกีฬาของไทยคงไปได้ไกลกว่านี้เยอะ ไม่จำกัดเฉพาะกีฬาที่หวังเหรียญอย่างเดียว



FreeCommander โปรแกรมจัดการไฟล์ที่น่าสนใจ

Posted by thanes on 2008-Aug-25 at 02:25 in Technologies

FreeCommander โปรแกรมจัดการไฟล์ที่น่าสนใจ


โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบระบบ user interface (UI) ของ Windows ที่เปิดหน้าต่างใหม่หรือแสดงข้อมูลไฟล์ในหน้าต่างเดิมทุกทีที่ doubleclick บน Folder ที่ต้องการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่เรากำลังพยายามจัดหมวดหมู่ของไฟล์ให้สามารถค้นหาง่ายๆ ระบบ UI มาตรฐานของ Windows นั้นดูจะไม่ค่อยเหมาะกับงานแบบนี้สักเท่าไร เพราะเราต้องจำว่าหน้าต่างต้นทางคืออันไหน ปลายทางคืออันไหนมันซ้อนๆกันอยู่ ถ้าแสดงอีกแบบกดปุ่มต้องเดินหน้าถอยหลัง หรือเลือก folder จาก explorer ด้านข้างทุกครั้ง จัดไปจัดมาเวียนหัวตาลายต้องเลิกไปกลางคันก็มี  ถ้ามีโปรแกรมที่แสดงต้นทางและปลายทางบนหน้าจอเดียวกันได้โดยไม่ต้องสลับไปสลับมาก็จะดีมาก


ว่าแล้วก็นึกถึงโปรแกรม NC หรือ Norton Commander โปรแกรม ตัวเก่งในกลุ่มของ Norton utilites สมัย DOS โนน่ละครับ เป็นโปรแกรมที่ใช้ UI แบบที่ว่านี่เลย บนจอแยกซ้ายขวาต้นทางปลายทาง copy หรือย้ายไฟล์ไปมาได้สะดวกมากๆ
แต่มันก็เก๋ากึ๊กเกินจะขุดมาใช้กับ Win32 แล้ว

โปรแกรมบน Windows ที่หน้าตาคล้าย NC ก็มีหลายตัวครับ TotalCommander นี่ก็ตัวหนึ่งทำอะไรได้เยอะแต่ไม่ใช่ของฟรี โปรแกรมของฟรีที่หน้าตาคล้ายกันก็คือ FreeCommander ดาวนโหลดมาใช้ได้เลยที่ http://www.freecommander.com/fc_downl_en.htm โปรแกรมมีการ update เรื่อยๆ
ทำอะไรได้มากมาย มีเครื่องมือย่อไฟล์และมีฟังก์ชั่นเกี่ยวกับ FTP ในตัวอีกต่างหาก ใช้แล้วจะติดใจครับ

version ก่อนๆมันก็มี crash อยู่บ้างเหมือนกัน แต่ version ล่าสุดผมใช้มา 3 เดือนกว่าๆแล้วยังไม่ crash เลย

Aces High ศึกเวหาของเด็กหนุ่มที่เอาอย่างว่าที่พี่เขย

Posted by โรจน์ on Sun-17-Aug-2008 at 20h34 in HistoryMovies



ขอโปรโมทเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ (www.iseehistory.com) ต่ออีกสักวันนะครับ คราวนี้เป็นบทความแนะนำภาพยนตร์ที่ผมเขียนเอง โดยเลือกหนังเกี่ยวกับศึกเวหายุคแรกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ชื่อว่า Aces High เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่พึ่งเรียนจบแล้วไปเป็นนักบินสงครามโลกตามอย่างว่าที่พี่เขยที่ตัวเขาและพี่สาวชื่นชมนักหนา สร้างความเครียดให้กับว่าที่พี่เขยที่รู้สึกว่าตัวเองต้องแบกรับภาระในการปกป้องคนคุ้นเคย ซึ่งในที่สุด สงครามก็นำมาซึ่งความสูญเสีย ติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538701355&Ntype=5

Master and Commander

Posted by โรจน์ on Sat-16-Aug-2008 at 22h31 in HistoryMovies


ขอโปรโมทเว็บกันอีกครั้ง กับบทความแนะนำภาพยนตร์ที่พึ่งนำขึ้นสู่เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ โดยคุณ countryboy ได้หยิบเอาเรื่อง Master and Commander เรื่องราวการรบทางเรือสมัยสงครามนโปเลียน ที่ตอนนั้นยังใช้เรือสำเภากันอยู่เลยครับ เป็นหนังในแนวที่ไม่ค่อยสร้างกันบ่อยนัก ตัวผมเองก็ยังไม่เคยดู แต่จากข้อมูลที่ได้มา มีอะไรๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ ชีวิตและแบบธรรมเนียมต่างๆ ของทหารเรือสมัยนั้น และที่ไม่รู้จะโม้เกินไปรึเปล่าก็เรื่องแพทย์สมัยนั้นสามารถผ่าตัดกะโหลกมนุษย์ และผ่าตัดตัวเองได้อีกต่างหาก คุณจะเคยดูหรือไม่ลองแวะไปเยี่ยมชมกันหน่อยนะครับ ที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538701187&Ntype=3 

ไปช่วยเขาซื้อ PDA Phone ที่ฟอร์จูน

Posted by โรจน์ on Fri-15-Aug-2008 at 21h42 in ComIT

 

สัปดาห์ก่อนนู้น เคยเกริ่นเอาไว้ว่ามีเพื่อนผู้หญิงในที่ทำงานที่อยากจะซื้อเครื่อง PDA Phone ยี่ห้อ HTC แบบเดียวกับผมบ้าง วันนี้ได้ข้อสรุปแล้ว เนื่องจากเธอยังเห็นว่า เจ้า HTC 3400i ของผมยังขาดสิ่งที่เธอต้องการ คือ ระบบ WIFI และโปรแกรม GPS เราจึงช่วยกันดูเว็บไซต์ของร้านที่ผมไปซื้อมาว่ามีเครื่องรุ่นใดอีกบ้าง

ผลมาลงที่เครื่อง HTC Touch Black ซึ่งนอกจากจะมีสิ่งที่เครื่องของผมขาดคือ WIFI และ GPS แล้ว ยังเป็นช่วงโปรโมชั่นของร้านให้นำเครื่องโทรศัพท์มือถือรุ่นใดก็ได้ไปแลก ซื้อ แล้วจะได้ราคาพิเศษ

วันนี้ช่วงพักกลางวัน เธอจึงชวนผมกับรุ่นพี่ผู้หญิงอีกคนไปห้างฟอร์จูนด้วยกัน โดยแวะกินข้าวกลางวันกันในร้านที่ชั้นใต้ดินก่อน

เสร็จสรรพก็ขึ้นไปเจอกับแม่ค้า เอ๊ย! พนักงานขายคนเดิมที่ขายเครื่องให้ผมเข้าพอดี หลังจากผู้ขายใช้เวลากับการตรวจสอบสภาพโทรศัพท์สักพักเดียว ก็แทบไม่ต้องสอบถามอะไรกันเพิ่มเติมอีก ชำระเงินแล้วก็ถึงช่วงที่ต้องรอกันนานหน่อย คือการลงโปรแกรมต่างๆ ให้เครื่องพร้อมใช้งาน

ผู้ซื้อเดินไปดูที่ตู้โชว์เพื่อฆ่าเวลา เห็นหนังสือคู่มือภาษาไทยของรุ่นที่จะซื้อ ก็ถามผมว่าเขาต้องแถมให้ใช่ไหม ผมว่าตอนผมซื้อเขาแถมให้ พอไปถาม "แม่ค้า" เพื่อความแน่ใจ เธอบอกว่า "ให้ก็ได้" (แล้วกันนังหนู)

ระหว่างนั้น นักมวยไทยกำลังชกในโอลิมปิค พนักงานชายที่คงเป็นช่าง เอาเครื่องโทรศัพท์รุ่นหนึ่งที่มี TV Tuner ในตัวมาเปิดหวังจะดูให้ทันเหตุการณ์ แต่ไม่ค่อยสมหวังเท่าไหร่ เพราะเดินหาสัญญาณเท่าไหร่ๆ ก็ไม่ได้ภาพชัดๆ บ่นแต่ว่า "กลายเป็นทีวีขาวดำไปซะแล้ว" ทำให้เราพลอยขำไปด้วย

เดินไปดูร้านขายเครื่องแมคที่อยู่ตรงข้ามตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาท่านหนึ่ง ที่ฝากมาดูเครื่อง Notebook รุ่น Macair เจ้าพระคุณเอ๊ย! มันช่างบางเฉียบพอจะใส่เข้าไปในซองกระดาษได้อย่างที่เห็นในโฆษณาจริงๆ เทียบกับเจ้าเครื่อง PC Notebook เล็กๆ ประเภท EEE PC ที่กำลังเห่อกันอยู่ตอนนี้แล้ว คงต้องกลับมาทบทวนกันใหม่แล้ว ว่าเครื่องพกพาที่เราต้องการจริงๆ นั้น จะเอาเล็กๆ พกสะดวก แต่เวลาดูต้องเพ่งจอขนาด 7-10 นิ้ว กับเจ้าเครื่องที่เบาและบางเฉียบขนาดนี้โดยจอไม่ได้เล็กลงเลย

ราคาเริ่มต้นของเจ้า Macair อยู่ที่หกหมื่นกว่าๆ เกือบเจ็ดหมื่น ซื้อแล้วมีโปรแกรมใช้งานพื้นฐานให้ใช้ครบถ้วน นอกจากโปรแกรมพิเศษอย่าง Photoshop ฯลฯ ถ้าเป็นเครื่องตั้งโต๊ะ เริ่มต้นที่ 4 หมื่นต้นๆ กับจอขนาดยี่สิบกว่านิ้ว

กลับมาที่เจ้า HTC ที่ลงโปรแกรมเสร็จซะที ผู้ซื้อเธอบอกว่าจะยังไม่ใช้เครื่องทันที ขอเอาไปชาร์จไฟและศึกษาคู่มือดูก่อน

กว่าจะกลับถึงที่ทำงานเป็นอันว่าได้อู้งานตอนบ่ายราวๆ 2 ชั่วโมง 555

DNS Vulnerability

Posted by thanes on 2008-Aug-14 at 08:15 in Technologies
วันนี้ได้อ่านบทความจาก PCWorld 
http://www.pcworld.com/article/149370/2008/08/.html?tk=rss_news 
เป็นบทความเกี่ยวกับอันตรายจากการถูกล้วงข้อมูลโดยผู้ใช้งานอาจถูก redirect ไปยัง web ที่ไม่ใช่ของจริงโดยไม่รู้ตัวเหมือนการใช้งานปกติทั่วๆไป โดยผู้ไม่หวังดีใช้ช่องโหว่ของระบบการแคชข้อมูลของตัว DNS ที่ตั้งใจที่จะใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัว DNS ให้เป็นประโยชน์ โดยผู้ไม่หวังดีจะทำการวางยาโดยส่ง IP ของ web เก๊ๆเข้าไปอยู่ในแคชของ DNS ซึ่ง DNS อาจจะพลาดส่ง IP ของเก๊มาให้เราผู้ใช้งานทั่วๆไปได้ คราวนี้แทนที่เราจะได้เข้า web ของจริงก็กลับกลายไปเข้า web ของเก๊แบบไม่รู้ตัว หากทำการป้อนข้อมูลทางการเงินอะไรลงไปก็จะโดนขโมยข้อมูลไปตามระเบียบเงินทองของท่านอาจสูญหายได้

ก็มีการแนะนำให้ผู้ใช้งาน internet อย่างเราๆทำการป้องกันตัวโดยการลองใช้บริการของ OpenDNS ซึ่งก็มีวิธีการ setup เครื่อง PC หรือเครื่อง Router หรือ DNS Server ซึ่งใช้เวลาไม่นานในการทำ  และก็มีวิธีการทำอย่าละเอียดของ Router ยี่ห้อต่างๆด้วย

ก็เลยอยากจะแนะนำให้ลองไปศึกษาดูครับที่
https://www.opendns.com/start




คนรุ่นใหม่ไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์(อย่างเพียงพอ)???

Posted by โรจน์ on Wed-13-Aug-2008 at 21h52 in HistoryMovies

อาจจะล่าช้าไปบ้าง แต่คงจะยังไม่ล่าช้าเกินไปที่จะกล่าวถึงพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ในคืนวันที่ 11 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา ที่ทรงกล่าวไว้ในตอนท้ายๆ ว่า เดี๋ยวนี้เมืองไทยไม่มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์กันแล้ว

 

(ผมได้อัญเชิญพระราชดำรัสเต็มๆ มาไว้ที่ Blog ของ www.iseehistory.com ที่พึ่งให้บริการใหม่หมาดๆ URL ของบทความอยู่ที่ http://iseehistory.socita.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538710957&Ntype=1)

 

ในฐานะคนเคยเรียนประวัติศาสตร์จนถึงปริญญาโท แล้วดันไม่มีครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับวงการการศึกษาเลย ก็ได้แต่สงสัยมาตลอดว่าสมัยหลังๆ มานี้ เขายังเรียนประวัติศาสตร์กันมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ไทย จนมาได้ทราบจากพระราชดำรัสดังกล่าว

 

ถ้าอ่านตามตัวอักษรแล้วน่าตกใจว่าทำไมถึงไม่ได้มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์กันเลย แต่ยังอดคิดในแง่บวกนิดๆ ไม่ได้ว่า อาจจะมีสอนบ้าง แต่โดยปริมาณและคุณภาพมันยังไม่เพียงพอก็เป็นได้

 

มาดูนอกห้องเรียนกันบ้าง ในวงการหนังสือผมก็ยังเห็นหนังสือตำรับตำราทางประวัติศาสตร์วางขายในร้านหนังสือใหญ่ๆ อย่างต่อเนื่อง วารสารศิลปวัฒนธรรม ยังอยู่ยงคงกระพันมาตั้งแต่สมัยผมเรียน ยังไม่นับรวมถึงวารสารอื่นๆ ที่อาจจะไม่ใช่แนวประวัติศาสตร์ตรงๆ แต่ก็มีสาระและมีบทความประวัติศาสตร์ให้เห็นบ้าง เช่น สารคดี National Geographic ฉบับภาษาไทย ฯลฯ

 

เสียดายแต่ว่าหนังสือดีๆ เหล่านี้ยังถูกพวกนิตยสารวารสารบันเทิงไร้สาระบดบังอยู่เต็มแผง

ด้านเว็บไซต์นั้น ก่อนที่ผมจะเปิด www.iseehistory.com นั้น เคยลองสำรวจดู ปรากฏว่าแทบจะไม่มีเว็บด้านประวัติศาสตร์โดยเฉพาะเลย แต่ก็พอมีเว็บดีๆ และ Blog ดีๆ อีกหลายแห่งที่มีบทความด้านประวัติศาสตร์ให้อ่านอยู่บ้างเหมือนกัน

 

สถานการณ์คงไม่สิ้นหวังซะทีเดียว เพียงแต่ตอนนี้ ใครจะต้องทำอะไรต่อไปอย่างไร??? ช่วยกันคิดทีครับ

ส้วม ใครว่าไม่สำคัญ

Posted by thanes on 2008-Aug-13 at 04:45 in General
เมื่อธรรมชาติเรียกร้องคนเราก็ต้องถามหาส้วมว่าอยู่ไหน ถ้าหาได้ก็ดีไปแต่ถ้าหาไม่ได้นี่ก็เหมือนตกนรกกันเห็นๆเลยเชียวโดยเฉพาะเมื่อข้าศึกบุกทางประตูหลังมาร่วมกัยอาการท้องไส้ปั่นป่วน   คิดแล้วก็ต้องยกย่องชื่นชมผู้ที่ใช้คำว่า สุขา แทนคำว่าส้วม ช่างสื่อความหมายได้ดีจริงๆเข้าใช้แล้วได้ความสุขกลับมากันเห็นๆ

นอกจากส้วมจะสำคัญในแง่ของการใช้งานแล้ว ส้วมยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวไหนส้วมสะอาดคนไปก็มีความสุขได้รับความประทับใจกลับมาเต็มๆ

ไหนๆก็ว่าเรื่องส้วมในสถานที่ท่องเที่ยวมาแล้ว ก็อยากจะบ่นเรื่องคนเฝ้าส้วมตามสถานที่ท่องเที่ยวสักหน่อยน่าต้องมีการจัดระเบียบกันบ้าง ล่าสุดผมพึ่งไปวัด พระธาตุ หริภุญชัย จังหวัดลำพูนมาช่วงนี้กำลังบูรณปิดทององค์พระธาตุอยู่ก็ได้มีโอกาสไปสักการะและพึ่งทราบว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีระกาแบบผมอีกด้วย ส้วมในวัดนี้ก็สะอาดดีมากๆ แต่คนเฝ้าทำความสะอาดผมว่ากริยามรรยาทนั้นต้องปรับปรุง คุณผู้หญิงคนนี้จะมาคอยยืนดูว่าคนเข้าส้วมหยอดเงินเข้ากล่องบริจาคค่าดูแลรักษาห้องน้ำซึ่งก็ไม่ได้บังคับจำนวนเงินว่าต้องจ่ายคนละเท่าไรเป็นการจ่ายตามศรัทธา ถ้ามาหลายคนแต่หยอดน้อยเธอก็จะเข้ามาทวงกันตรงๆว่าหยอดเงินหรือยัง แถมอาจพูดกระทบกระเทียบแบบพูดให้ได้ยินลอยๆว่าขี้เหนียวอะไรประมาณนั้น ผมก็ชักจะสงสัยว่าสรุปแล้วเงินในกล่องนี้มันเข้ากระเป๋าวัดหรือกระเป๋าของใครกันแน่ ทางวัด หรือทางจังหวัดช่วยไป ดูแลหน่อยครับ

Mongol 2007

Posted by โรจน์ on Mon-11-Aug-2008 at 21h49 in HistoryMovies

ตอนที่เขียนเรื่อง Genghis Khan เวอร์ชันญี่ปุ่น : สงคราม กับ ผู้หญิง และ ครอบครัว  ในเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ (www.iseehistory.com) นั้น ได้ตบท้ายไว้ว่ายังมีเรื่องของเจงกิสข่านอีกอย่างน้อย 1 เวอร์ชัน คือเวอร์ชันของรัสเซียที่พึ่งสร้างเมื่อปี 2007/2550 เช่นกัน ในชื่อว่า Mongol แล้ว โดยตอนนั้นไม่รู้ว่าจะมีใครนำมาขายเมื่อไหร่ วันนี้ได้ไปเดินห้างฟอร์จูน พบหนังเรื่องนี้เข้าที่ร้าน ปิรันย่า (ชั้น 2 ด้านติดกับห้างโลตัส) ในราคาไม่แพง จึงรีบตะครุบไว้ทันทีครับ แล้วจะได้เขียนแนะนำเมื่อไหร่ยังไม่ทราบได้ ตอนนี้ลองดูคลิปตัวอย่างไปก่อนนะครับ

 

ลง Windows ใหม่อีกแล้ว

Posted by โรจน์ on Sat-9-Aug-2008 at 22h54 in ComIT
คืนวันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 ที่ทางจีนโปรโมทว่าดีนักดีหนาสำหรับการเปิดกีฬาโอลิมปิคนั้น จะเป็นวันดีคืนดีของผมด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ที่แน่ๆ คือหลังจากเริ่มเจอปัญหาจอสีฟ้าขณะเล่นไฟล์วีดีโอมาได้สามสี่วัน ก็ตัดสินใจเอาฤกษ์คืนดังกล่าว จัดการลง Windows ใหม่อีกที ตามคำแนะนำของช่างร้านที่ไปซื้อคอมพิวเตอร์มา (ถ้าไม่ Windows ก็ RAM ลองลง Windows ใหม่ดูก่อน) ด้วยความที่ชักเอะใจว่าในเครื่องเก่าก็เป็นมาก่อน คราวนี้จึงลองเปลี่ยนแผ่นที่ใช้ลง มาเป็น Windows XP Professional Service Pack 3 ใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการลง Windows กับโปรแกรมจำนวนหนึ่ง แล้วช่วงเช้าจนตลอดบ่ายก็ลงโปรแกรมต่อ สลับกับการทดสอบบ้าง เล่นบ้าง จนถึงตอนที่เขียนไดอารีนี้ เครื่องก็พร้อมจะใช้งานเกือบจะเหมือนเดิม ขาดแต่เล่นเกมๆ หนึ่งไม่ได้ แต่คงไม่สำคัญ เพราะหลังๆ ก็เอาเวลาไปทำเว็บกับเล่นบ้านเล็ก (www.banlek.com/rojnchin) ซะมากกว่าอยู่แล้ว (ถึงไม่ค่อยได้มาอัพเดท Blog ที่นี่ไงครับ)

ลำพังการกลับมาเล่นไฟล์วีดีโอได้โดยไม่เกิดจอสีฟ้าคงไม่เท่าไหร่ แต่ที่น่าคิดคือ ก่อนนี้ เจ้าเมนบอร์ด M2N ของ ASUS นี้ มันมีปัญหาการไม่รู้จักอุปกรณ์ USB บางตัวอย่างไม่น่าเชื่อ หาคำตอบในเว็บต่างๆ ก็ไม่ได้เรื่อง พอดีอุปกรณ์หลักๆ ที่ใช้ประจำมันไม่เป็นปัญหา เลยไม่คิดเสียเงินเปลี่ยนเมนบอร์ดแต่ตอนนั้น มาคราวนี้ เจ้า SP3 มันสามารถทำให้ USB port ของเจ้า M2N มันรู้จักอุปกรณ์ได้ซะที

เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าแผ่น Windows ตัวเดิมที่ใช้มาหลายครั้งตั้งแต่เครื่องเก่าจะเป็นต้นเหตุของปัญหาซะเอง ถ้าลองใช้ SP3 ตั้งแต่เครื่องเก่าตอนนี้อาจจะยังใช้คอมฯเครื่องเดิมอยู่ก็ได้

นี่แหละครับ ปัญหาของคอมพิวเตอร์กับวินโดว์สที่เข้าใจยากเย็น จนต้องลองผิดลองถูกเอาเองบวกกับดวงอยู่เสมอ

ยุทธนาวี The Battle of the River Plate

Posted by โรจน์ on Sat-2-Aug-2008 at 22h57 in HistoryMovies

 

วันนี้ ทั้งความตั้งใจและความบังเอิญทำให้ต้องเกี่ยวข้องกับเรือรบอยู่หลายลำ ในบ้านเล็ก (www.banlek.com) ก็ได้อัพโหลดคลิปเกี่ยวกับเรือรบไป 3 ลำ 3 คลิป ตกเย็นค่ำก็ต้องทำงานอัพเดทเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ (www.iseehistory.com ) ที่ค้างมาหลายวัน คือนำบทความแนะนำหนังเรื่อง The Battle of the River Plate มาขึ้นเว็บซะที บทความเขียนโดยผู้ใช้นามแฝงว่า "นายพลไอเซนฮาวน์" ส่วนตัวหนังนั้น เป็นเรื่องสงครามทางเรือระหว่างเรือรบเยอรมัน Admiral Gral Spee กับเรือรบอังกฤษอีก 3 ลำ เนื้อเรื่องมีความเข้มข้น ทั้งการรบ การเมือง และความเป็นลูกผู้ชาย ที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังสงครามดรามาที่ดูเป็นธรรมชาติดี ผู้สนใจเชิญชมได้ที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538700627&Ntype=4  ส่วนภาพที่นำมาประกอบเป็นภาพเรือรบทั้ง 4 ลำในภาพยนตร์ ลำไหนเป็นลำไหน ตามไปอ่านกันเอาเองนะครับ

ไวรัส rtskin.exe แก้ได้ซะที

Posted by thanes on 2008-Aug-1 at 12:49

ครั้งนี้ก็เหมือนเดิมครับ เกิดจากความพลั้งเผลอประมาท คิดว่าเครื่องทุกเครื่อง
ที่เราคุ้นเคยใช้งานบ่อยๆนั้นปลอดภัย โดยลืมไปว่าก็มีคนอื่นมาใช้เครื่องนี้เหมือนกัน เล่นเอาอึดอัดรำคาญใจอยู่หลายวันเพราะหาทางจัดการไวรัสที่ว่านี้ออกจากเครื่องไม่ได้สักที

ครั้งนี้โดนเจ้าโปรแกรมตัวแสบกลุ่มนี้เข้าครับ

rtskin.exe , wmiprov.exe , twain32.exe
wlninltsu.exe,wlninlt.inf,wlninltv.inf

ข้อมูลใน .inf
[AutoRun]
open=.\RECYCLERS\RECYCLERS\wlninltsu.exe /start
shell\Open\command=.\RECYCLERS\RECYCLERS\wlninltsu.exe /start

ลองด้วย AVG,HijackThis,Spybot,Avast ก็แล้ว มองไม่เห็นเจ้าตัวปัญหาเหล่านี้
จนในที่สุดก็สามารถกำจัดมันออกจากเครื่องได้ หลังจากที่ Google หามาหลายวัน แก้ไขโดยใช้โปรแกรม AVIRA Antivirus Solutions รุ่นฟรี

ต้องให้เครดิตกับคุณ gamyuic2 ผู้ที่แก้ปัญหาได้จาก web แบไต๋ ไฮเท็ค เว็บบอร์ด์
http://www.beartai.com/webboard/index.php?action=printpage;topic=40926.0

เพื่อความสะดวกขอ Quote ข้อความของเธอมาเลยก็แล้วกัน
"
หัวข้อ: Re: rtskin.exe, twain 32.exe, wmiprov.exe ไวรัสหรือเปล่าครับ
เริ่มหัวข้อโดย: gamyuic2 ที่ กรกฎาคม 30, 2008, 10:18:14 am
---
ลบได้แล้วค่ะ โดยการตั้งค่า config ของ antiverในส่วนของ scan กับ guard ตรง Heuristic เป็น High detection level แล้วก็เจอไวรัสตัวนึงชื่อ wlninltsu.exe. พอลบตัวนี้ไป ไอ้เจ้า rtskin.exe ก็ไม่มากวนใจอีกเลย สงสัยว่า wlninltsu.exe. คงเป็นตัวปล่อย rtskin.exe แน่ๆเลย (ใช่ไหมน้า)

แค่มาอัปเดทเฉยๆค่ะว่าแก้ได้แล้วไม่รู้ถูกหรือเปล่า แต่มันหายไปแล้ว เย้ๆๆ ดีใจจัง

ป.ล. ไปใช้ tool ตัวอื่นซะเยอะแยะสุดท้ายก็ antivirus ตัวที่เราใช้อยู่แหละที่ช่วยเราได้ เส้นผมบังภูเขาจริงๆ :)
"

ขอบคุณมากครับ คุณ gamyuic2

และก็ไม่ลืม Load CPEAntiAutoRun มาติดด้วยแล้วครับ กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีก

 

(ปล มา post ใน blogth เพื่อให้คนที่มีปัญหาค้นจาก google เจอง่ายๆเพราะ blogth google แวะมาบ่อย อิๆ)

"ไร้สาย" แล้วจะ "ไร้ปัญหา" ?

Posted by โรจน์ on Wed-30-Jul-2008 at 22h01 in ComIT
ตั้งแต่น้องที่เคยช่วยงานออกไปเพราะได้งานใหม่ ยังไม่ได้คนมาแทน ปัญหาคอมพิวเตอร์ในสำนักงานก็ต้องดูแลเอง แต่ละเคสหนักๆ ใช้เวลาร่วมครึ่งค่อนวันทั้งนั้น

วันนี้เคสหนึ่งต้องเช็คสาย LAN โดยต้องตามไปดูถึงในห้อง Server กันเลย แม้จะมีหมายเลขที่เต้าเสียบของเครื่องที่มีปัญหา พอมาหาปลายสายที่ Switch Hub ในห้อง Server ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะสายแลนนับเป็นสิบๆ กลุ่ม ๆ ละหลายๆ เส้น กว่าจะเช็คหาหมายเลขที่ต้องการได้ก็แทบแย่

ก็อดไม่ได้ที่จะลองจินตนาการดูว่า ถ้าใช้ระบบไร้สาย หรือ Wireless LAN แล้ว มันจะหมดปัญหาหรือเปล่า?

ปัญหาแรกที่เถียงกันไม่จบคือเรื่องที่ว่าจะมีโอกาสถูกขโมยดักสัญญาณไปใช้ได้ มากน้อยแค่ไหน แม้ว่าขณะนี้ Wireless จะมีมาตรการเข้ารหัสที่ดีขึ้นแล้วก็ตาม

อีกเรื่องคือระยะทางกับความเข้มของสัญญาณ

ถ้าจัดการกับสองปัญหานี้ได้ ก็ไม่ต้องวุ่นวายกับการไล่ไปตามสายที่มีปัญหาอีก

แต่ปัญหาทางเทคนิคที่ต้องศึกษายังมีอีกเยอะ และสำหรับที่ทำงานเรานี้สรุปว่าคงได้แต่ฝันเท่านั้น

คอมพิวเตอร์กับความสกปรก

Posted by โรจน์ on Mon-28-Jul-2008 at 22h02 in ComIT
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้เล่าถึงการเคลียร์ทำความสะอาดและจัดระเบียบบริเวณ โต๊ะคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ทั้งใต้โต๊ะ ด้านหลังเครื่องที่สายไฟยั้วะเยี้ย และบนโต๊ะ วันนี้จำต้องไปดูปัญหาในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเพื่อน ภายในเคส (หรือที่เดี๋ยวนี้เรียกเป็นซีพียูไปซะแล้ว) ที่ใช้งานมาราว 5-6 ปี ปรากฏว่ามีขี้ฝุ่นเป็นก้อนๆ ย้ำว่าเป็นก้อนๆ จริงๆ ครับ เครื่องละ 2-3 ก้อน กว่าจะเสร็จภารกิจได้ดูจะแย่กว่าตอนเคลียร์โต๊ะที่บ้านซะอีก เพราะตอนนั้นเตรียมผ้าปิดจมูกไว้แล้ว แต่วันนี้ไม่คาดคิดว่าจะเจอฝุ่นแบบนี้

พูดถึงฝุ่นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คงพบกันเป็นประจำ คือรอยคราบสกปรกบนคีย์บอร์ดรุ่นเก่าๆ ที่ยังเป็นสีขาว พอผ่านการใช้งานไปสักพักครบสกปรกมอมแมมติดคีย์บอร์ดน่าเกลียดมาก เจ้าของบางรายเป็นหญิงสาวสวยๆ น่ารักแท้ๆ พอเห็นคีย์บอร์ดของเธอเข้า อย่าให้พูดเลย นี่เป็นเหตุผลที่ระยะหลังๆ บรรดาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทั้งหลายจึงไม่นิยมสีขาวกันแล้ว หันไปใช้สีดำกันมาก รองลงมาก็สีเงิน

เคยมีคนกล่าวว่าโต๊ะทำงานซึ่งรวมถึงโต๊ะคอมพิวเตอร์นั้น สกปรกยิ่งกว่าส้วมเสียอีก ด้วยเหตุว่าส้วมนั้น จะสกปรกประเดี๋ยวเดียวก็ราดน้ำ ถ้ายังทิ้งคราบบ้างยังมีโอกาสทำความสะอาดเป็นครั้งเป็นคราว แต่กับโต๊ะทำงาน/โต๊ะคอมพิวเตอร์นั้น เรามักปล่อยให้อะไรวางระเกะระกะ ไม่ได้ทำความสะอาดและจัดระเบียบข้าวของกันเลย

รู้แล้วยังจะปล่อยไว้เหมือนเดิมก็ตามใจ

เคลียร์โต๊ะคอมฯ

Posted by โรจน์ on Sat-26-Jul-2008 at 22h03 in ComIT
รำคาญตัวเองเวลานั่งทำงานที่โต๊ะคอมพิวเตอร์มานาน วันหยุดคราวนี้พักเรื่องอัพเดทเว็บไว้ก่อน แล้วมาจัดการเคลียร์โต๊ะให้เรียบร้อยซะที เริ่มจากเลื่อนโต๊ออกมาจาก จัดการเก็บกวาดฝุ่นบริเวณใต้โต๊ะ เก็บสายอะไรต่างๆ ที่ไม่ใช้แล้วออกไป เอาม็อบมาถูกพื้น (ขั้นตอนนี้สำคัญ พื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ถูไม่กี่ที ซักน้ำดำปี๋เลย) จากนั้นจัดการมัดรวมสายต่างๆ ที่ยังใช้อยู่ด้วยสาย... (เขาเรียกสายอะไรหนอ เป็นพลาสติกแบนๆ ที่ขดกันเหมือนสายโทรศัพท์ อ๋อ.. ไส้ไก่มั๊ง?) ที่ซื้อมาแต่อาทิตย์ก่อนแล้วพึ่งจะได้ฤกษ์จัดการวันนี้ ลองเปิดเครื่องเทสดูว่าทุกอย่างยังทำงานได้ปกติ จากนั้นก็เลื่อนโต๊ะกลับเข้าที่เดิม แถมท้ายด้วยการเคลียร์สิ่งของบนพื้นโต๊ะอีกที เป็นอันใช้ได้ อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็ดูดีขึ้นเยอะ

จะมีคนซื้อ HTC ตามอย่างหรือไม่?

Posted by โรจน์ on Fri-25-Jul-2008 at 22h04 in ComIT

 

หลัง จากซื้อ HTC 3400i มาแล้วได้อวดโฉมให้เพื่อนๆ บางคนได้เห็นบ้าง วันนี้ เพื่อนผู้หญิงในที่ทำงานคนหนึ่งที่พอรู้เรื่องไอที ต้องใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจำ บอกว่าอยากซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ใช้เก็บที่อยู่ นัดหมาย และเข้าอินเตอร์เน็ตได้ จึงได้หยิบเจ้าตัวเก่งนี้ให้ดู เธอก็รู้สึกชอบทั้งรูปร่างที่สวยงาม ขนาดที่เหมาะมือผู้หญิง และ คุณสมบัติที่น่าจะสนองความต้องการได้ พอดีเธอจะต้องไปราชการต่างประเทศราว 1 อาทิตย์ เมื่อเธอกลับมาผลจะเป็นอย่างไร?

อวสานเจงกิสข่าน - สุขภาพกับสันติภาพที่ทำได้ยาก?

Posted by โรจน์ on Wed-23-Jul-2008 at 22h10 in HistoryMovies
วันนี้ภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องเจงกิสข่านที่ไทยพีบีเอสได้อวสานลงแล้ว เรื่องโดยคร่าวๆ คือ หลังจากกรำศึกเปอร์เซียมามากแล้ว ก็ตัดสินใจกลับมองโกล ระหว่างทางพอดีท่านนักพรตเฒ่าที่เชิญตัวยากนักหนาได้ยอมเดินทางมาพบ และได้พูดคุยกันอยู่เป็นเดือน โดยเริ่มจากท่านข่านถามถึงยาอายุวัฒนะ ซึ่งท่านนักพรตบอกว่าไม่มีหรอก มีแต่การรักษาสุขภาพด้วยอาหาร ถัดมาท่านนักพรตได้พยายามเปลี่ยนความคิดของท่านข่านให้หันมาปกครองโดยสันติ แทนการสู้รบ ท่านข่านมีท่าทีเหมือนจะเชื่อ แต่พอกลับถึงมองโกลทราบว่าข้าศึกคือเมืองซีเซี่่ยได้ทรยศ ก็สั่งการให้ยกทัพไปแก้แค้นในขณะที่ตัวเองอายุ 60 กว่าเข้าไปแล้ว แถมมีโรคประจำตัวคล้ายๆ จะเป็นโรคหัวใจอยู่

ผลคือระหว่างเดินทางได้แว้บไปล่าสัตว์จนตกม้า ทำท่าจะเดี้ยง ยังดีที่บรรดาขุนพลได้ออกรบแทนจนบีบให้ซีเซี่่ยยอมจำนนได้แล้วนั่นแหละ ท่านข่านถึงได้กลับบ้านเก่าแบบไม่มีศึกติดค้าง

กลับมาดูเมืองไทยปัจจุบัน บังเอิญช่วงหัวค่ำไทยพีบีเอสก็นำรายการเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพด้วยการออก กำลังกายมาออกอากาศ โดยสรุปคือคนไทยส่วนใหญ่มีปัญหาด้านสุขภาพเพราะการอ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลัง กาย กินอาหารไม่สมดุล ด้านการเมืองก็มีทั้งขัดแย้งกันเอง และขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้างอีก

สุขภาพกับสันติภาพเป็นของหายาก???

เมื่อสามัญชนไม่อาจทนเป็นวีรบุรุษอย่างเว่อๆ

Posted by โรจน์ on Mon-21-Jul-2008 at 22h11 in HistoryMovies

 

เมื่อคืนวันอาทิตย์นอนราวเที่ยงคืนกว่า เนื่องจากต้องการเขียนบทความเรื่องใหม่ของ www.iseehistory.com ให้จบ คือ แนะนำภาพยนตร์เรื่อง The Lost Battalion (http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538686789&Ntype=5 ) แล้วเลยต้องยกยอดมาเขียนไดอารีโปรโมทเว็บกันในวันนี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นวีรกรรมของทหารอเมริกันกองพัน 308 ในตอนปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ออกรบจนล้ำหน้าทหารหน่วยอื่นเข้าไปอยู่ในวงล้อมของทหารเยอรมันเข้า และสามารถต้านทานข้าศึกไว้อย่างเหนียวแน่นได้เป็นเวลาหลายวันกว่าฝ่ายเดียว กันจะสามารถเข้ามาช่วยได้ เบื้องหลังวีรกรรมนี้ก็แฝงไว้ด้วยปัญหาและความเจ็บปวดนานัปการ ในภาพยนตร์จบลงแค่ว่าพระเอกคือ พันตรี ชาร์ลส์ วิทเทินซีย์ (Maj. Charles White Whittlesey) พาลูกน้องที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 2 ร้อยคนจากเดิมเกือบ 6 ร้อยคน เดินออกจากสนามรบไปพักในแนวหลังตามคำสั่งของท่านนายพลหลังจากกรำศึกมาหลาย วัน ดูเหมือนเป็นแฮปปี้เอนดิ้งกลายๆ

แต่ชะตากรรมของวิทเทินซีย์หลังสงครามที่ผมค้นได้เพิ่มเติมนั้น เขาถูกคนอเมริกันยกย่องจะจนเว่อ ใครที่เคยดูเรื่อง Flags of our Fathers ก็ขอให้นึกถึงบรรดาตัวเอกในเรื่องนั้นประกอบกันไป อาการจะประมาณนั้น คือวันๆ มีแต่จะต้องไปกล่าวสุนทรพจน์ ร่วมเดินพาเหรด รับปริญญาเกียรตินิยม โดยสิ่งที่เขาได้เผชิญมาในช่วงสงครามนั้นมันโหดร้ายทารุณเกินกว่าที่เขาจะ รู้สึกภาคภูมิใจ

และแล้วคืนหนึ่ง ขณะที่เขากำลังเดินทางทางเรือจากนิวยอร์คไปยังฮาวานา เขาก็หายตัวไปเฉยๆ แม้จะไม่มีพยานแน่ชัด แต่สันนิษฐานกันว่า เขาอาจกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย

ฮีโร่ตัวจริงมักจะรักความสงบมากกว่าคำสรรเสริญเยินยอใดๆ !!!


Last Page | Page 1 of 19 | Next Page
«  September 2008  »
MonTueWedThuFriSatSun
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 

Category

-
eXTReMe Tracker